Saturday, January 21, 2023
More

    หมู่เกาะกิลี อีกหนึ่งอัญมณีแห่งท้องทะเลอิเหนา

    หมู่เกาะกิลี (Gili Islands) อีกหนึ่งอัญมณีแห่งท้องทะเลอิเหนา เผยความงดงามและเปิดประสบการณ์ท้องทะเลและหมู่เกาะในแบบ Hidden Gem สโลว์ไลฟ์สุดประทับใจที่ไม่ไกลจากบาหลีที่ควรไปปักหมุด

    อินโดนีเซียหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าประทับใจและพร้อมเปิดโลกของการท่องเที่ยวมากมายและหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ แต่ส่วนใหญ่เรากลับคุ้นชื่อเกาะบาหลี และหลังจากที่เราดิสคัฟเวอร์ความงามแห่ง เกาะลอมบอก และ นูสา เล็มโบงัน ไปแล้ว หากไม่พูดถึงหมู่เกาะที่ว่านี้ที่ไม่ไกลจากเกาะทั้งสองและบาหลีแล้วแสดงว่าเราพลาดอัญมณีของท้องทะเลอีกหนึ่งเดสติเนชันแห่งแดนอิเหนา


    เรามาทำความรู้จักหมู่เกาะกิลี (Gili Islands) อีกเกาะสวรรค์ที่เป็นเหมือน Hidden Gem กับเสน่ห์แห่งสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางมนต์ตราของธรรมชาติที่งามต้องจิตและเงียบสงบต้องใจ และไม่ว่าใครจะรู้จักเกาะลอมบอก หรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สำหรับเกาะกิลี (Gili Islands) หมู่เกาะเหล่านี้คือจุดหมายปลายทางโปรดของนักท่องเที่ยวที่ชอบความแปลกใหม่ แนบชิดธรรมชาติ และเพลิดเพลินกับความเป็นส่วนตัวราวกับหลุดไปอีกมิติ ปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่ตราตรึงใจไม่แพ้ทะเลใดในแปซิฟิก

    หมู่เกาะกิลี (อินโดนีเซีย) เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ สามเกาะหรือสามเกาะกิลี ได้แก่ กิลี ตราวางัน (Gili Trawangan) กิลี เมโน (Gili Meno) และกิลี แอร์ (Gili Air) ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย

    หมู่เกาะเหล่านี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และรายล้อมไปด้วยรีสอร์ทให้เลือกสรรตามจริตและไลฟ์สไตล์ แต่ส่วนมากแล้วจะประกอบไปด้วยที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นกระท่อมหรือบังกะโลสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความเรียบง่าย สระว่ายน้ำขนาดเล็ก และร้านอาหาร กระทั่งชาวท้องถิ่นจะอาศัยอยู่บน Gili Air เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเดินทางที่สะดวกขึ้น(กว่าเดิม)ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นและมีผู้อพยพชาวตะวันตกมาเยื่อน ท่องเที่ยว และอาศัยอยู่บน Gili Trawangan (ร่วมกับคนในท้องถิ่น) จึงทำให้เกาะนี้กลายเป็นเกาะที่มีประชากรหนาแน่นมากขึ้นตามมา โดยกระจุกตัวอยู่ในเขตการปกครองที่ทอดยาวไปทางด้านตะวันออก (ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่) กฎหมายท้องถิ่นห้ามรถยนต์และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สัญจรไปมาบนเกาะ ดังนั้นวิธีเดินทางที่แนะนำและดีที่สุดคือเดินเท้าและจักรยานหรือรถม้าที่เรียกว่า cidomo การดำน้ำแบบสกูบาและการดำน้ำแบบอิสระทั้งในและรอบๆ เกาะ Gilis นั้นคือกิจกรรม must have ก็ว่าได้ จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Shark point, Manta point และ Simon’s reef ฉะนั้นสายดำน้ำไม่ควรพลาด

    ชื่อ “หมู่เกาะกิลี” เป็นคำเรียกชื่อผิด เนื่องจาก กิลี หมายถึง “เกาะเล็กๆ” ในภาษาซาซัค เป็นผลให้เกาะส่วนใหญ่รอบชายฝั่งของลอมบอกมีชื่อกิลีด้วยเช่นกัน ฉะนั้นหลีกเลี่ยงความสับสนนี้โดยการอ้างอิงกับภาษาอังกฤษ กับการใช้ชื่อจำเพาะของเกาะน่าจะเหมาะสุด

    เรามาเริ่มที่เกาะแรกกันเลย กิลี ตราวางัน (Gili Trawangan) หรืออีกชื่อที่ฮอตฮิตคือ Gili T เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะกิลี และเป็นเกาะเดียวที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลอย่างมีนัยสำคัญ (30 ม.) มีความยาว 3 กม. และกว้าง 2 กม. มีประชากรประมาณ 1,500 คน (ดูข้อมูลประชากรศาสตร์) ชื่อ Trawangan มาจากคำภาษาอินโดนีเซีย Terowongan (อุโมงค์) เนื่องจากมีอุโมงค์ถ้ำที่สร้างขึ้นระหว่างการยึดครองของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง การปรากฏตัวของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอยู่บนภูมิประเทศที่สูงชันทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปืนต่อสู้อากาศยาน (มีเพียงฐานของปืน AA เท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่ปลายอุโมงค์) ในบรรดาหมู่เกาะเหล่านี้นั้น Gili Trawangan ได้รับการพัฒนาและการท่องเที่ยวมากที่สุด เป็นชัยภูมิทั้งเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ที่พัก และธุรกิจดำน้ำตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ Tír na Nóg ผับท้องถิ่นและถูกกล่าวว่า Trawangan เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในโลกที่มีผับไอริชตั้งอยู่ ก่อนหน้านี้ปกครองโดย Lombok Barat Regency ร่วมกับ Senggigi จนถึงปี 2010 เมื่อหมู่เกาะกิลี อยู่ภายใต้เขตอำนาจของ North Lombok Regency ใหม่ (Kabupaten Lombok Utara) เมื่อเที่ยบกับกิลีทั้งสอง Gili T เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีความเจริญสุด มีผู้คนอาศัยทั้งโลคอลและนักท่องเที่ยวเยอะสุด อาจจะนำมาซึ่งการปาร์ตี้ที่ค่อนข้างมากสุด (อยู่ฝั่งขวา) หากแต่ก็มีมุมสงบเงียบในแบบตราตรึงที่แบบพัฒนาแล้ว (ทางฝั่งซ้ายของเกาะ) กิจกรรมในเกาะนอกจากปาร์ตี้และชิลเอาท์ทางธรรมชาติแล้ว เปิดประสบการณ์การขี่จักรยานรอบเกาะ เฟ้นหาของเติมเต็มปุ่มรับรส กิจกรรมดำน้ำและโต้คลื่น และเกาะนี้มีเสาชิงช้าถือเป็น Signature ของการมาเยือน

    ตามมาด้วย กิลี เมโน (Gili Meno) อยู่ตรงกลางของหมู่เกาะกิลีซึ่งทั้งสามอยู่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลอมบอก มีประชากรประมาณ 500 คน ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่ใจกลางเกาะ (ดูในหัวข้อประชากรศาสตร์) รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว การทำสวนมะพร้าว และการประมง ทางฝั่งตะวันตกของเกาะมีทะเลสาบน้ำตื้นขนาดเล็กที่ผลิตเกลือในฤดูแล้ง เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการผลิตสาหร่ายขนาดเล็กบนแนวปะการังทางตอนเหนือสุดของเกาะ Gili Meno มีชายหาดสำหรับว่ายน้ำอยู่ทั่วเกาะนั้นถือได้ว่าเป็นเดสติเนชันโปรดของการว่ายน้ำ laid back ในแบบชิลเอาท์อันเงียบสงบและส่วนตัว และเขตรักษาพันธุ์เต่าอีกด้วย

    เกาะนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวน้อยกว่าเกาะกิลี ตราวางัน และเป็นเกาะที่เงียบสงบและเล็กที่สุดในบรรดาทั้งสามเกาะ นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้ คู่ฮันนีมูนจะเลือกเกาะนี้เป็นจุดหมายปลายทางอีกทั้งน้ำทะเลที่ใสสะอาดในแบบคริสตัลและชายหาดสีขาวแบบเม็ดเรียงเม็ดและเงียบสงบ ตั้งแต่ต้นปี 2560 มีการติดตั้งระบบน้ำจืดบนเกาะโดยท่อใต้น้ำจากลอมบอก กระทั่งกระแสไฟฟ้าด้วย หากถามถึงรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ไม่มีอย่างแน่นอน

    เกาะสุดท้ายกับกิลี แอร์ (Gili Air) เป็นเกาะที่เล็กเป็นอันดับสองของหมู่เกาะกิลีและอยู่ใกล้เกาะลอมบอกมากที่สุด ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่คู่รักฮันนีมูนและนักเดินทางที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบ (แต่ก็ไม่ถึงกับโอนลี่วันเฮียร์) มีประชากรประมาณ 1,800 คน เกาะนี้มีจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่ยอดเยี่ยมนอกชายฝั่งตะวันออก และสามารถพบเห็นเต่าได้ตามแนวปะการัง กีฬาทางน้ำอื่นๆ เช่น การเซิร์ฟทั้งกระดานโต้คลื่นแบบยืนและการเล่นไคท์เซิร์ฟ กระทั่งโรงเรียนสอนทำอาหารอินโดนีเซีย (มีมาตั้งแต่ปี 2558 Gili Cooking Classes Gili Air) แถมไม่เงียบเพราะยังมียังมีโรงยิมสาธารณะด้วย อาจจะสรุปสั้นๆ ว่า เดินทางสะดวกเพราะใกล้เกาะลอมบอก มีความเจริญมากว่าากิลี เมโน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสงบแต่ยังไม่ถึงกับเงียบงันไร้เพื่อนร่วมเดินทาง แต่หลีกหนีผู้คนแล้วกิลี่ แอร์ ดูจะเหมาะสุด

    การเดินทางมาเยือนหมู่เกาะ Gili Islands: Gili Trawangan, Gili Meno หรือ Gili Air นั้นอาจจะแยกเป็นสองทางหลักคือ มาจากลอมบอกและบาหลี

    หากเดินทางมาจากฝั่งบาหลีก็สามารถบินมาลงที่สนามบินเดนปาซาร์ จากนั้นก็สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่มายังเกาะหมู่กิลีได้เลย ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางด้วยเฟอร์รี่นานกว่าการเดินทางมาจากเกาะลอมบอก และหากต้องการที่จะเดินทางมาเที่ยวที่ลอมบอกก่อนก็สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินลอมบอกได้เลย จากนั้นมาขึ้นเรือเฟอร์รี่ที่ท่าเรือ Bangsal และต่อมายังที่หมู่เกาะกิลี

    ส่วนการเดินทางบนเกาะนั้น อย่างที่เกริ่นไปแล้วนั้นคือต้องใช้การเดินเท้า การปั่นจักรยาน และการใช้รถม้า เพราะที่นี่จะไม่ใช้ยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในแบบรักษ์โลก สโลว์ไลฟ์ hidden gem กับความเป็นส่วนตัวแนบชิดธรรมชาติแบบสุดๆ

    ข้อมูลอ้างอิงจาก indonesia.travel, เฟซบุ๊ก Indonesia.Travel, Wikipedia

    ภาพ : Shutterstock