Tuesday, September 29, 2020
More

    ผลสำรวจเผย GEN Z เป็นนักเดินทางขาลุย ให้การเดินทางเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของชีวิต

    Gen Z นักผจญภัยใจมุ่งมั่น
    โดย Booking.com ระบุว่าแม้คน Gen Z จะเพิ่งก้าวผ่านจากวัยเด็ก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็รู้แน่นอนว่าตัวเองต้องการอะไร และมีแผนเดินทางตามที่ตั้งเป้าไว้เรียบร้อยแล้ว
    – คน Gen Z มีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเดินทาง โดย 67% รู้สึกตื่นเต้นกับทุกที่ที่จะได้ไปเยือนในอนาคต
    – 4 ใน 10 (39%) วางแผนที่จะไปเยือนอย่างน้อย 3 ทวีปในช่วง 10 ปีนับจากนี้ และ 30% ตั้งใจว่าจะไปเรียนหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ (ผู้หญิง 34% และผู้ชาย 26%)
    – คน Gen Z เป็นนักเดินทางขาลุย โดย 56% ต้องการประสบการณ์ผจญภัยตอนไปเที่ยว เช่น เล่นพาราไกลดิ้ง บันจี้จัมพ์ และ 52% วางแผนว่าจะไปเที่ยวหรือเดินป่าในพื้นที่สุดท้าทาย
    – คน Gen Z ยังเป็นวัยที่สนใจพัฒนาทักษะของตนเองมากที่สุด ผ่านการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ระหว่างที่เดินทางในช่วง 10 ปีนับจากนี้ (33%)
    – คน Gen Z ไม่เพียงต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เท่านั้น แต่ 55% ของคนรุ่นนี้เลือกท่องเที่ยวในประเทศของตนเองเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน  

    ชาว Gen Z พร้อมลุยเดี่ยว
    ชาว Gen Z จำนวนมากเริ่มเดินทางท่องเที่ยวโดยไปกับครอบครัว โดย 2 ใน 5 (42%) กล่าวว่าที่ต้องไปกับครอบครัวก็เพราะทำให้ได้ไปทริปที่ถ้าไปเองก็คงมีงบไม่พอ แต่เมื่อถึงเวลาที่พร้อมโบยบินออกจากรัง คน Gen Z ก็ต้องการที่จะลุยเดี่ยว


    ซึ่งความเป็นอิสระเป็นสิ่งหนึ่งที่คนรุ่นนี้ให้ความสำคัญ โดยกลุ่มคน Gen Z วางแผนว่าจะเดินทางคนเดียวอย่างน้อยสักครั้งภายในช่วง 10 ปีข้างหน้า (ผู้หญิง 36% และผู้ชาย 32%) และกลุ่มคน Gen Z มีความต้องการที่จะ “ลุยเดี่ยว” โดย 1 ใน 3 (33%) ชอบอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ตอนที่เดินทาง (มีสัดส่วนมากกว่าคนวัยอื่นๆ ทั้งหมด) 18% อยากไปแบ็คแพ็คคนเดียวหรือไปเที่ยวคนเดียวหลังเรียนจบ (gap year) 

    ลิสต์จุดหมายห้ามพลาดขณะออกเดินทางไว้แล้ว
    ผู้เดินทาง Gen Z กว่า 2 ใน 3 (69%) ลิสต์สิ่งที่อยากทำ และสถานที่ที่อยากไปสักครั้งในชีวิตไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเลขพุ่งสูงถึง 74% ในกลุ่มสาวๆ Gen Z ในขณะที่ของหนุ่มๆ นั้นอยู่ที่ 64% โดยเหตุผลที่คนรุ่นนี้มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางนั้นต่างกันออกไป พบว่า คนรุ่นนี้มากกว่า 2 ใน 5 (44%) กล่าวว่าทำลิสต์ขึ้นมาเพราะรู้สึกสนุกกับการจินตนาการถึงทุกที่ที่จะได้เดินทางไป และเกือบ 1 ใน 4 (23%) กล่าวว่ารู้สึกพอใจหากได้ไปเยือนสถานที่ในลิสต์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะได้เพิ่มจุดหมายอื่นๆ ลงในลิสต์อีก นอกจากนี้ 32% ยังวางแผนว่าจะไปออกทริปตามลิสต์อย่างน้อย 5 ครั้งภายใน 10 ปี

    ทั้งยังมีอีกเกือบ 1 ใน 4 (23%) กล่าวว่าการมีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดช่วยให้ได้รู้จักจุดหมายการเดินทางอันน่าทึ่งไปจนถึงจุดหมายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน โดย GEN Z จำนวน 44% ได้แรงบันดาลใจให้ออกไปผจญภัยจากการเห็นอินฟลูเอนเซอร์แชร์ภาพทริปผ่านสื่อออนไลน์ เช่น อินสตาแกรม (ไอจี)

    ซึ่งการที่คนรุ่นนี้มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเดินทางไปยังที่ใหม่ๆแล้ว ยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมพฤติกรรมการเดินทางของคนรุ่นนี้อีกด้วย

    ขณะเดียวกัน มีคน Gen Z 31% ที่ยังไม่มีลิสต์นี้ ซึ่งเหตุผลที่ไม่มีก็แตกต่างกันไป อาทิ รู้สึกว่าความชื่นชอบของตนเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ ซึ่งส่งผลต่อจุดหมายที่อยากไป, ต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่า และไม่อยากวางแผนล่วงหน้า ทั้งยังมีบางส่วนที่ระบุว่าอยากไปเที่ยวตามความรู้สึกในขณะนั้น 

    การเดินทาง vs. เป้าหมายชีวิต
    โดยคน Gen Z จำนวน 60% มองว่าการลงทุนกับการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเสมอ และเมื่อจัดลำดับสิ่งที่คนรุ่นนี้จะนำเงินไปใช้จ่าย ปรากฏว่า “ออกเดินทางไปสำรวจโลกกว้าง” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับ 1 ของคนรุ่นนี้ ส่วนการเก็บเงินเพื่อ “การลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต” (ซื้ออสังหาริมทรัพย์) มาเป็นอันดับ 2 แต่ที่น่าสนใจคือ การใช้เงินซื้อของต่างๆ กลับอยู่ในอันดับท้ายสุด


    GEN Z เลือกการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรกในลิสต์การใช้เงิน
    เมื่อถามถึงลำดับความสำคัญของสิ่งที่คน Gen Z จะนำเงินไปใช้จ่าย การเดินทางท่องเที่ยวมาเป็นอันดับแรกในตัวเลือก 5 ใน 7 ของ Gen Z โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการซื้อสิ่งของ หรือใช้เงินไปกับประสบการณ์ที่เพลิดเพลินได้เพียงชั่วขณะ โดยการเดินทางอยู่ในอันดับสูงกว่าสิ่งต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์ไอทีและแกดเจ็ตต่างๆ การไปทานอาหารตามร้าน รวมถึงสปาทรีทเมนท์และทรีทเมนท์เสริมความงาม   


    กลุ่ม GEN Z ไม่ขอประจำอยู่ที่ออฟฟิศ
    คน Gen Z มองว่าการทำงานเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในชีวิต ไม่ว่าจะกำลังอยู่ในช่วงหางานหรือเริ่มทำงานแล้วก็ตาม ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่คนรุ่นนี้จะจัดอันดับให้การได้งานเป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต แต่เพราะการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คนเจเนอเรชันนี้ให้ความสนใจอย่างมาก โดยคน Gen Z ถึง 54% กล่าวว่าสิ่งสำคัญเวลาเลือกงานก็คือ จะต้องมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานที่อื่น นอกจากนี้เกือบ 57% ยังกล่าวอีกว่างานที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมอื่นๆ เป็นงานที่น่าดึงดูด

    ทั้งนี้ แรม แพพาทลา รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายโกลบอล เอ็กซ์พีเรียนซ์ ของ Booking.com เปิดเผยว่า เมื่อคนรุ่นแรกที่เกิดมาเป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิดก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นจากผลการสำรวจนี้ว่าผู้เดินทาง Gen Z เป็นวัยที่แน่วแน่ และมีความต้องการที่จะออกสำรวจสิ่งต่างๆ ซึ่งทำให้พวกเขาวางแผนการเดินทางในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งความใกล้ชิด และคุ้นเคยกับเทคโนโลยีของคนรุ่นนี้ โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ในมือเป็นแหล่งข้อมูล และไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ถือเป็นสิ่งที่คน Gen Z ชอบอย่างมาก