Sunday, May 31, 2020
More

    ตู้ปันสุข เทรนด์ใหม่แห่งการแบ่งปันของคนในสังคมท่ามกลางวิกฤตโควิด-19

    หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปฎิเสธไม่ได้ว่าเรื่องดี ๆ อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเราทุกครั้งที่มีวิกฤตอย่างนี้ คือเรื่องการช่วยเหลือกันของคนในสังคม โดยเทรนด์ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมสุด ๆ ตอนนี้อย่างตู้ปันสุขโปรเจกต์ที่สร้างการแบ่งปันของคนในพื้นที่ ซึ่งเดือดร้อนจากวิกฤครั้งนี้

    “Little Free Pantries” จุดกำเนิดตู้ปันสุข เทรนด์ใหม่แห่งการแบ่งปันของคนในสังคม


    ชุมชนควรช่วยเหลือกันเองจะดีที่สุดเป็นคอนเซปต์หลักของโครงการตู้ปันสุข ที่เริ่มต้นมาจาก “Little Free Pantries” หรือ The Blessing Box โดย เจสสิกา แม็กคลาร์ด (Jessica McClard) ที่เริ่มสร้างตู้ชุมชนของเธอในเมือง เฟย์เอตต์วิลล์ (Fayetteville) รัฐนอร์ทแคโรไลนา (North Carolina) ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States of America) เพื่อให้คนที่มีกระป๋อง ขนมปัง แยมที่ยังไม่ได้ทาน และยังไม่ได้ใช้ เอามาใส่ตู้ แบ่งให้คนอื่น ๆ ในชุมชนที่ไม่มีอาหารได้มาหยิบไป ก่อนที่จะแพร่หลายไปทั่วสหรัฐอเมริกา และในต่างประเทศ เช่น Australia และ New Zealand ส่วนของประเทศไทยนั้นก็เคยมีการติดตั้งตู้เพื่อแบ่งปันแบบนี้กันมาบ้างแล้ว ในพื้นที่อย่างวัดสวนแก้ว พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ)

    คุณสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร และทีมอิฐน้อย ผู้สร้างเทรนด์ตู้ปันสุขในไทย

    จากกระแสวิจารณ์อย่างหนักถึงความเป็นไปได้ในการสร้างตู้แบบนี้ในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นถูกยกไปหมดตู้แน่ ๆ” “จะตั้งอยู่ได้นานแค่ไหน เดี๋ยวก็โดนยกเค้าฯลฯ ทั้งคลิปต่าง ๆ ที่เผยแพร่ออกมาในโลกโซเชียลมีเดียที่มีบางคนมาขนไปทีเดียวแทบทั้งหมด แต่กระนั้นคุณสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร และทีมอิฐน้อย ก็ยังคงดำเนินการในโครงการนี้ต่อไปอย่างแข็งขัน ซึ่งพบว่าตู้ต้นแบบทั้ง 5 ก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป ตามพื้นที่ที่ตู้ตั้งอยู่ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทั้ง 5 ตู้ ยังคงตั้งอยู่ดี ไม่หายไปไหน และมีประชาชนมาใส่ของ และหยิบของไปเสมอ จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพชุมชน และทั้ง 5 ตู้ยังมีชาวบ้านในละแวกมาช่วยดูแลรักษากันอยู่ตลอดเวลา และจากข้อมูลของคุณสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ที่อัปเดตเมื่อวันที่ 11 .. 63 ได้ยืนยันว่าประมาณ ตู้ปันสุข ที่มีในบ้านเราตอนนี้มีอยู่ประมาณ 249 ตู้ ซึ่งกระจายตัวอยู่ใน 51 จังหวัด

    โดยทางคุณสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร และทีมอิฐน้อย ได้ยืนยันว่าภารกิจของพวกเขาที่ต้องการพิสูจน์ว่า ตู้ปันสุข สามารถตั้งอยู่ได้ในประเทศไทยสำเร็จลงแล้ว ในแง่ที่ว่าเราสามารถส่งต่อแนวคิด และแรงบันดาลใจ เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมได้ด้วยการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนในเรื่องของอนาคตที่ว่าตู้ปันสุขจะสามารถต่อยอดไปได้ไกลแค่ไหน โครงการการนี้คงเป็นบททดสอบชั้นดี ที่จะทำให้เราได้เห็นถึงพลังในการช่วยเหลือกันและกันของคนในสังคม

    คอนเซปต์กับหลักการของการติดตั้งและใช้งานตู้ปันสุขในชุมชน

    สำหรับผู้ที่ต้องการนำคอนเซปต์ตู้ปันสุขไปใช้ในชุมชน ทางคุณสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร นักการตลาดและเจ้าของเพจ รู้รอบตอบโจทย์ธุรกิจ ก็ได้ให้แนวทางไว้ดังนี้

    1. ลักษณะตู้เป็นแบบใดก็ได้ หรือจะเป็นกล่องพลาสติกก็ได้ ตามความเหมาะสมกับพื้นที่ตั้ง ซึ่งควรทนแดด ทนฝนได้ มีฝาปิดป้องกันแมลงหรือสัตว์เข้าไปในตู้ และควรมีป้ายบอกจุดประสงค์ และวิธีใช้ติดไว้ที่ตู้ จะจ้างช่างทำ หรือซื้อตู้กับข้าวมาทำก็ได้ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนช่างหรือร้านค้าใกล้บ้าน
    2. เลือกทำเลติดตั้งตู้ ในพื้นที่ที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาได้ เป็นชุมชนที่มีทั้งคนที่พร้อมจะให้ และมีผู้เดือดร้อนในชุมชนเดียวกัน
    3. ควรทำเรื่องขออนุญาตท่านผู้อำนวยการเขตที่จะติดตั้ง หรือเจ้าของสถานที่ก่อนทำการติดตั้ง
    4. ติดตั้งตู้ และให้ข้อมูลกับชุมชน ถึงจุดประสงค์ และวิธีการใช้ตู้

    หลักการของตู้ปันสุข

    • ตู้ปันสุข ไม่ใช่การแจกมหาทาน ซื้อมาเยอะ ๆ เพื่อมาแจก แต่เป็นการแบ่งปันของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีในบ้านพอที่จะให้คนอื่นได้
    • ตู้ปันสุข เป็นของชุมชน ผู้ติดตั้งไม่ได้เป็นเจ้าของ ไม่มีหน้าที่มาใส่ของหรือมาดูแลตู้ให้ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ถือว่ายกให้เป็นของชุมชน หากมีคนขโมยตู้ไป เราจะไม่โกรธ ไม่รู้สึกต่อว่าผู้ที่ขโมยไป มันเป็นของชุมชน ถ้าชุมชนไม่ช่วยกันรักษาก็จะไม่มีตู้ใช้
    • ของที่ใส่ในช่วงแรกจะเป็นเครื่องกระป๋อง ของแห้ง อาหารที่ไม่ใช่อาหารสดเพื่อให้อยู่ได้นาน ไม่เน่าเสีย เมื่อมีตู้หมุนเวียนได้ดี มีคนให้ และคนรับตลอดเวลา อาจเริ่มนำของสดมาใส่ได้ และเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไปแล้ว ชุมชนสามารถใช้แบ่งปันสิ่งของอื่น ๆ ได้ เช่นเสื้อผ้า ของใช้ หนังสือ เป็นต้น

    • เมื่อเอาของใส่ตู้แล้ว มันไม่ใช่ของเราอีกต่อไป จะมีคนเปิดหยิบไปหรือไม่ จะมีคนเติมหรือไม่ เป็นกระบวนการของชุมชนนั้น ๆ หยิบแค่พอดี และเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นต่อ จะถือว่าเป็นผู้ให้ต่ออีกด้วย และก็เชื่อได้ว่าเขาจะได้รับของจากคนอื่น ๆ ในชุมชนต่อไป เพราะผู้ให้ทุกท่านในชุมชน ไม่ได้มีหน้าที่เติมตู้ให้เต็ม แต่เป็นการแบ่งปันตามกำลัง ด้วยความรัก ความเมตตาต่อกัน และผู้รับก็อาจจะเป็นผู้ให้ได้เมื่อมีโอกาส
    • ใครที่อยากทำตู้ สามารถทำได้เลย ไม่ต้องขอทีมงาน ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะแนวคิดนี้เป็นของต่างประเทศ เพียงแต่ปรับแนวคิดบางประการ และรูปแบบตู้ก็สามารถออกแบบเองได้เลย

    • ควรมีสมุดโน๊ต และปากกาใส่ตู้ผู้ให้และผู้รับได้มีโอกาสเขียนให้กำลังใจ เขียนขอบคุณกัน ก็จะเป็นความงดงามในสังคม ด้วยการสื่อสารใจต่อใจผ่านข้อความนี้เอง
    • ถ้าเป็นไปได้ควรพาลูก ๆ เด็ก ๆ มาเป็นผู้ช่วยใส่ของเข้าตู้ ให้เขาเลือกว่าจะหาอะไรดี หรือใส่อย่างไรดี การให้เด็กมีส่วนร่วมกับการแบ่งปันมาก ๆ เขาจะเป็นผู้ที่เห็นความงดงามในสังคมตั้งแต่อายุยังน้อย

    ขอบคุณข้อมูล รูปประกอบ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโครงการตู้ปันสุขได้ที่ FB : Supakit Bank Kulchartvijit / ตู้ปันสุข