Sunday, December 5, 2021
More

    ลอนดอนขยายพื้นที่ เขตปล่อยมลพิษต่ำ ใหญ่สุดในยุโรป !

    เมื่อวันจันทร์ (25 ต.ค. 64) เขตปล่อยมลพิษต่ำ (ULEZ) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป เริ่มเปิดทำการแล้วในกรุงลอนดอน โดยครอบคลุมพื้นที่ราว 380 ตารางกิโลเมตร (ราว 237,500 ไร่) ตลอดถนนวงแหวนตอนเหนือและใต้ของลอนดอน และจำนวนประชากรในพื้นที่ราว 3.8 ล้านคน

    ลอนดอน ซิตี ฮอลล์ หน่วยงานบริหารจัดการของกรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่าจะมียานพาหนะราว 110,000 คันต่อวัน ที่ต้องชำระค่าขับขี่ภายในเขตใหม่นี้จำนวน 12.5 ปอนด์ (ราว 570 บาท) โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องจ่ายค่าปรับ 160 ปอนด์ (ราว 7,300 บาท) หรือค่าปรับที่ลดลงครึ่งหนึ่งกรณีที่จ่ายภายใน 14 วัน


    เขตปล่อยมลพิษต่ำดังกล่าว ซึ่งได้รับการขยายพื้นที่เพิ่มเติมนี้ เป็นเขตปล่อยมลพิษต่ำแห่งแรกของโลก ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในใจกลางกรุงลอนดอน เปิดทำการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันคริสต์มาส ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 4 ของลอนดอน และมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยจะทำให้อากาศสะอาดยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพของชาวลอนดอนเพิ่มขึ้นหลายล้านคน

    เขตปล่อยมลพิษต่ำ เป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของลอนดอนในการบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030

    ซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนระบุว่า การขยายพื้นที่เขตปล่อยมลพิษต่ำ จะช่วยขจัดมลพิษทางอากาศ ช่วยแก้สภาพภูมิอากาศโลก และเขตนี้ได้ช่วยลดมลพิษจากก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์บนท้องถนนใจกลางกรุงลอนดอนลงเกือบครึ่ง ทำให้ปริมาณมลพิษที่ลดลงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศถึง 5 เท่า

    เนื่องจากมลพิษไม่ใช่ปัญหาของพื้นที่ใจกลางกรุงลอนดอนเท่านั้น การขยายเขตดังกล่าวจึงดีต่อประชาชนทั่วทั้งลอนดอน และเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้ลอนดอนฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ข่านระบุว่ามลพิษเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในลอนดอน 4,000 คนต่อปี และทำให้เด็กๆ ในเมืองมีภาวะปอดแคระแกร็น

    ข่านได้จัดสรรเงินทุน 61 ล้านปอนด์ (ราว 2.78 พันล้านบาท) เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็ก องค์กรการกุศลผู้ให้บริการรถบัสขนาดเล็ก และชาวลอนดอนที่มีรายได้ต่ำหรือพิการ หันมาเลิกใช้รถยนต์เก่าที่ก่อมลพิษสูง

    ขอบคุณข้อมูลและรูป : สำนักข่าวซินหัวไทย