Thursday, May 28, 2020
More

    WEF ระบุระบบประกันสุขภาพของไทยประสบความสำเร็จ คนไทย 98% ได้เข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียม

    World Economic Forum เผยแพร่คลิปวีดีโอเกี่ยวกับ การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชากรทั่วโลก พร้อมระบุรายละเอียดว่า ก่อนปี 2544 ค่าใช้จ่าย 1 ใน 5 ของครัวเรือนไทย ถูกนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความยากจน และในปี 2543 พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีราว 17,000 คน เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อ ขณะเดียวกันประชากรไทย 1 ใน 4 ของประเทศไม่มีประกันสุขภาพ

    ในปี 2544 ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินโครงการระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชน และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประเทศก็เปลี่ยนไป ส่งผลให้ประชากรไทย 98% สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมได้


    ซึ่งก่อนหน้านี้คนไทยต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล เมื่อเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ปัจจุบันรัฐได้นำรายได้จากภาษีมาเป็นแหล่งเงินทุนให้กับโรงพยาบาล และนำเป็นค่าใช้จ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ส่งผลให้ประชาชนหมดความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่จะนำไปสู่ความยากจนได้

    อย่างไรก็ตามระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายในเรื่องการเข้าคิวเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ รวมถึงความยากในการเข้าถึงของประชาชนในเขตชนบทในพื้นที่ห่างไกล

    แต่นโยบายดังกล่าวก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน รวมถึงอัตราการเสียชีวิตของเด็ก และครอบครัวไทยก็ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลในจำนวนมากอีกต่อไป

    นอกจากนี้ World Economic Forum ยังเปิดเผยว่า มีหลายประเทศที่ต้องการเรียนรู้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าจากประเทศไทย อาทิ ประเทศเคนย่า โดยที่รัฐบาลมีเป้าหมายใช้ระบบประกันสุขภาพให้ได้ภายในปี 2565

    ขณะเดียวกันข้อมูลจาก WHO ระบุว่า ปัจจุบันประชากรทั่วโลกกว่า 400 ล้านคน ยังขาดการเข้าถึงการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน ทั้งยังมีรายงานจาก The Lancet ระบุว่าการจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็ยังเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความยากจน

    ทั้งนี้ World Economic Forum ระบุในเว็บไซต์ www.weforum.org ว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากระบบของประเทศไทย คือ การเริ่มใช้ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพถ้วนหน้า เป็นไปได้ในประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง ถึงระดับล่าง และเป็นโมเดลที่ประเทศอื่นต้องการที่จะเรียนรู้