Monday, September 21, 2020
More

    กทม. สั่งโรงเรียนในสังกัด 437 แห่งหยุด 1 วัน พร้อมนำร่องออกมาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน หวังลดปริมาณรถยนต์

    ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงมาตรการรับมือฝุ่น PM 2.5 ของ กทม. ว่า จากการคาดการณ์โดยกรมอุตุนิยมวิทยาว่าวันที่ 22 ม.ค. 2563 ค่าฝุ่น PM 2.5 จะยังอยู่ในเกณฑ์เกินค่ามาตรฐาน ระหว่าง 38-90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กทม. ในฐานะที่เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบในการรับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จึงออกมาตรการเร่งด่วน 4 มาตรการเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

    โดยมาตรการสำคัญที่ดำเนินการคือ ออกประกาศให้โรงเรียนสังกัด กทม. 437 แห่ง หยุดการเรียนการสอน 1 วัน คือ ในวันที่ 22 ม.ค. 2563 เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กนักเรียนจำนวน 281,029 คน ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งเป็นการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองที่ต้องออกมารับ-ส่งนักเรียน และลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเวลาเร่งด่วน


    นอกจากนั้น กทม. ยังกำหนดมาตรการนำร่องในการเหลื่อมเวลาทำงาน โดยให้หน่วยงานในสังกัด กทม. ขยับเวลาการทำงาน จากเดิม 08.30-16.30 น. เป็นเวลา 10.00 -18.00 น. คือให้เข้าทำงานช้า และเลิกงานช้า เพื่อเป็นการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนในช่วงเวลาเร่งด่วน ระหว่างเวลา 06.00-09.00 น. และ 16.00-19.00 น. ซึ่งเชื่อว่าจะลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงจากรถยนต์ ที่เป็นต้นเหตุของฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นจะดีขึ้น ส่วนหน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชน อาทิ สำนักงานเขต ยังคงให้ทำงานเวลาเดิม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่มาใช้บริการ

    ขณะเดียวกัน กทม. จะรณรงค์เชิญชวนหน่วยงานอื่นๆ ร่วมขยับเวลาการทำงานเพื่อร่วมกันลดปัญหาการจราจรและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเวลาเร่งด่วนด้วย

    นอกจากนั้น ยังมีมาตรการแจกหน้ากากอนามัย โดย กทม. มีหน้ากากอนามัยกว่า 450,000 ชิ้น ซึ่งได้ดำเนินการแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนที่มารับบริการ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่ง และ 50 สำนักงานเขต พร้อมมอบหมายให้ศูนย์บริการสาธารณสุข และสำนักงานเขตพื้นที่นำหน้ากากอนามัยแจกประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

    แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤต กทม. จะลงพื้นที่เพื่อแจกหน้ากากอนามัยในจุดที่ประชาชนใช้ในการสัญจรเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน (เวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-19.00 น.) อาทิ แหล่งชุมชน โรงเรียน ป้ายรถโดยสารประจำทาง สถานีรถไฟฟ้า โดยจะนำร่องที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต สถานีรถไฟฟ้าสยาม สถานีรถไฟฟ้าอโศก สถานีรถไฟฟ้าราชเทวี สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ และสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า

    สำหรับมาตรการที่ 4 คือ กทม. ขอความร่วมมือประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM 2.5 หากต้องทำกิจกรรมนอกอาคาร เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

    ด้าน นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กทม. ได้ดำเนินมาตรการเกี่ยวกับฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่องหลายมาตรการด้วยกัน อาทิ การตรวจควันดำรถบรรทุก รถสาธารณะ และรถในราชการที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล การรณรงค์งดเว้นการเผาทุกชนิด รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในการรณรงค์ให้ประชาชนดูแลสุขภาพ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้กับหน่วยงานในสังกัด อาทิ ศูนย์บริการสาธารณะสุข สำนักงานเขต และโรงพยาบาลต่างๆ แจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนที่มาขอรับบริการ รวมถึงมีการฉีดล้างถนน ฉีดพ่นน้ำเพื่อลดมลพิษทางอากาศในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์เครื่องฟอกอากาศจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งจะทำการทดลองใช้ฟอกอากาศใน 4 บริเวณ ดังนี้ 1.ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี เขตปทุมวัน 2.สวนป่าวิภาวดีรังสิต ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง 3.บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี และ 4.บริเวณเกาะราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี แต่เนื่องจากเป็นเครื่องที่ได้รับความอนุเคราะห์มา จึงนำมาทดลองใช้ชั่วคราว และกรุงเทพมหานครจำเป็นจะต้องมีมาตรการอื่นๆ เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง