Sunday, November 29, 2020
More

    กรมอนามัยแนะ ลดเผากระดาษเงินกระดาษทอง – จุดธูปช่วงตรุษจีน ลดการเกิดฝุ่น PM2.5

    กรมอนามัยแนะ ลดเผากระดาษเงินกระดาษทอง – จุดธูปช่วงตรุษจีน ควรใช้ธูปขนาดสั้น หรือดับแล้วเก็บให้เร็วขึ้น และสวมหน้ากากอนามัยระหว่างจุดธูป เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ และลดการเกิดฝุ่น PM2.5

    พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีการจุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพื่อบูชาเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ ซึ่งการจุดธูปและการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง จะมีควัน และขี้เถ้าที่มีสารพิษปนออกมาด้วย


    โดยควันจะมีทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และสารก่อมะเร็งหลายชนิด เช่น สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนหรือสารพีเอเอช และสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซิน (Benzene) และ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-butadiene)

    ส่วนขี้เถ้า จะมีสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส ซึ่งโลหะหนักเหล่านี้จะพบอยู่ในขี้เถ้ามากกว่าฝุ่นละอองในอากาศ 3-60 เท่า และหากได้สัมผัส อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว

    ทั้งนี้ จากการสำรวจอนามัยโพล เรื่องพฤติกรรมการใช้ธูป กระดาษเงินกระดาษทอง กับเทศกาลตรุษจีนในช่วงเดือนมกราคม 2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,657 คน พบว่า ในวันไหว้ตรุษจีน ประชาชนมีการจุดธูป 79% เผากระดาษเงินกระดาษทอง 51%  และเผาสิ่งประดิษฐ์จากกระดาษต่างๆ เช่น โทรศัพท์ บ้าน รถ 19%

    อีกทั้งยังพบว่าประชาชนบางส่วนยังมีพฤติกรรมการใช้ธูปและเผาที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ธูปขนาดสั้นเพียง 33% มีการเผากระดาษเงิน กระดาษทองถึง 98% โดยส่วนใหญ่เป็นการเผาจนหมดแล้วดับ

    เมื่อสอบถามถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนเห็นด้วยว่าควันธูปและมลพิษจากการเผากระดาษเงินกระดาษทองมีอันตรายต่อสุขภาพถึง 87% และพบว่าประชาชนมีอาการถึง 97% โดยเฉพาะอาการแสบตา แสบจมูก คัดจมูก หายใจลำบาก  คันตา และปวดตา และยังไม่ได้มีการป้องกันถึง 54%

    สำหรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้ อาจตรงกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ การจุดธูป และการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดควันที่มีสารก่อมลพิษต่าง ๆ มากขึ้น ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารนั้น ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่น ๆ เนื่องจากจะได้รับผลกระทบรทีุ่นแรงกว่าประชาชนทั่วไป

    ทั้งนี้ อธิบดีกรมอนามัย แนะนำว่าการป้องกันที่ดีคือลดปริมาณการใช้ โดยใช้ธูปขนาดสั้น ลดปริมาณการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ให้น้อยลง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขณะจุดธูปหรือเผา เมื่อจุดแล้วดับหรือเก็บธูปให้เร็วขึ้น ควรจุดนอกบ้านหรือที่อากาศถ่ายเท และยืนอยู่เหนือทิศทางลม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสธูป และกระดาษเงินกระดาษทอง หลีกเลี่ยงการพักผ่อนหรือนอนหลับบริเวณที่มีการจุดธูป เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองจากควันธูปที่อาจตกค้าง รวมถึงกำจัดขี้เถ้าจากธูป และกระดาษเงิน กระดาษทอง โดยเก็บใส่ถุงและส่งให้ท้องถิ่นนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป