Friday, December 4, 2020
More

    รฟม.ร่วมติดตามการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 พร้อมสั่งตรวจสอบค่าฝุ่นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า

    รฟม. ร่วมบูรณาการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและการบรรเทาผลกระทบจากปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช..) พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและการบรรเทาผลกระทบจากปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อันสืบเนื่องมาจากคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ที่มีมติเห็นชอบในหลักการ “12 มาตรการแก้ฝุ่น PM 2.5” ให้หน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา บริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบของ รฟม. เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563


    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม. กล่าวว่า รฟม. ในฐานะผู้กำกับการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้า ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้สั่งการให้บริษัทผู้รับสัมปทาน/ผู้รับจ้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างทุกสาย ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแครายมีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าวสำโรง หมั่นตรวจสอบค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ปฏิบัติงานและดำเนินการตามมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้านฝุ่นละอองที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย

    1.งดกิจกรรมก่อสร้างที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง พร้อมพิจารณาคืนผิวจราจรให้มากที่สุด โดยให้ประสานตำรวจจราจรอย่างใกล้ชิดในการเพิ่มความคล่องตัวของการจัดจราจร เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรติดขัด อันเป็นสาเหตุหลักของการสะสมปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในอากาศ
    2.ทำความสะอาดถนนสาธารณะโดยการใช้รถดูดฝุ่น ควบคู่กับการกวาดและการฉีดล้างเป็นประจำ
    3.หมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องจักรที่ใช้ในงานก่อสร้างให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม
    4.ติดตั้งแผงป้องกันฝุ่นละอองเป็นรั้วทึบรอบพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองออกไปยังถนนสาธารณะ และหมั่นทำความสะอาดผ้าใบที่ปิดกั้นอย่างสม่ำเสมอ
    5.ปิดคลุมกระบะรถบรรทุกและทำความสะอาดล้อรถก่อนออกจากพื้นที่ก่อสร้างทุกครั้ง
    6.ปิดคลุมกองวัสดุก่อสร้างให้มิดชิด
    7.ห้ามไม่ให้ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ หากไม่มีการปฏิบัติงาน
    8.ติดตั้งเครื่องฉีดพ่นหมอกน้ำ/ละอองน้ำในอากาศบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง

    นอกจากนี้ รฟม. และผู้รับจ้างก่อสร้าง จะร่วมกันวางแผนขั้นตอนการก่อสร้างให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางและลดปัญหาการจราจร โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็นที่มีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก และประสานตำรวจจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการจัดจราจร บรรเทาปัญหาจราจรติดขัดอันเป็นสาเหตุหลักของการสะสมปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในอากาศ