Friday, November 27, 2020
More

    เจาะชีวิต Gen Y รักเสรีภาพ – ครองโสด – หนี้เพียบ

    ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยมาตั้งแต่ปี 2548 และจะเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบในปี 2566 โดยจะมีผู้ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เกิน 20% ขณะที่ประชากรวัยเด็กและวัยแรงงานจะลดลง โดยที่คนรุ่นใหม่ หรือคนGeneration Y (Gen Y) จะมีสัดส่วนในวัยแรงงาน มากที่สุด และจะเป็นกลุ่มที่ถูกคาดหวังให้เป็นกำลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

    10 ลักษณะคน Gen Y

    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้นำเสนอบทความเรื่อง “การพัฒนา Generation Y เพื่อรองรับการขับเคลื่อนประเทศ โดยระบุว่า คน Gen Y จะมีลักษณะเด่น 10 ลักษณะ ได้แก่ คน Gen Y จะเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า (ปี 2580) เป็นกลุ่มคนที่ได้รับการศึกษาสูงขึ้นมากกว่าคน Gen อื่น มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี มีทักษะสูงเมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน มีพฤติกรรมการทำงานที่เน้นความเป็นอิสระในการทำงานและสามารถจัดระบบการทำงานเองได้ มีการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็นเพิ่มขึ้น มีแนวโน้มการก่อหนี้เพิ่มขึ้น ขาดการตระหนักในเรื่องการวางแผนด้านการเงินในอนาคต แต่งงานช้าและให้ความสำคัญกับการมีบุตรน้อยลง และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพน้อยลง


    คน Gen Y กับการขับเคลื่อนประเทศ

    จากลักษณะของคน Gen Y ข้างต้น จะส่งผลต่อการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต เนื่องจาก คน Gen Y จะครองโสดมากขึ้นและไม่นิยมมีบุตรเนื่องจากรักอิสระ ต้องการทำงานเพื่อประสบความสำเร็จ และการมีสังคมกับเพื่อนฝูง ส่งผลให้ประชากรไทยมีแนวโน้มลดลง และอัตราส่วนการพึ่งพิง (Dependency Ratio) ของประชากรที่ไม่ได้ทำงานต่อประชากรที่ทำงานจะสูงขึ้น ก่อให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน และการมีภาระทางการเงินการคลังเพิ่มขึ้น จากการมีจำนวนผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน จำนวนแรงงานที่ลดลงจะส่งผลต่อความต้องการแรงงานที่มีคุณภาพ และตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยจำนวนคน Gen Y จะไม่สามารถทดแทนประชากรสูงอายุที่ออกจากตลาดแรงงานได้ และการจะรักษาระดับการผลิตไว้เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น แรงงานจะต้องมีทักษะที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยกำลังแรงงานที่ลดลง 

    ส่วนรูปแบบการทำงานที่เป็นอิสระ ต้องการสร้างสมดุลการทำงานกับชีวิตส่วนตัว จะทำให้คน Gen Y มีรายได้ไม่แน่นอน และขาดหลักประกันในการทำงาน ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้สินส่วนบุคคล ครัวเเรือน และความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ รวมถึงความยั่งยืนของระบบสวัสดิการสังคมของประเทศ นอกจากนั้น ด้านพฤติกรรมการบริโภค และการใช้ชีวิต จะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ ทำให้สูญเสียกำลังคนในการพัฒนาประเทศ หรือมีค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลกลุ่มผู้พิการเพิ่มขึ้น

    ข้อเสนอแนะการยกระดับศักยภาพคน Gen Y

    สภาพัฒน์ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการยกระดับศักยภาพคน Gen Y สู่การขับเคลื่อนประเทศว่า จะต้องมีการพัฒนาระบบสนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คน Gen Y สามารถทำหน้าที่ในการดูแลบุตร และผู้สูงอายุได้ดีขึ้น ขณะที่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ กำหนดนโยบายเพื่อการสร้างความ เท่าเทียมทางเพศ โดยเพิ่มบทบาทของผู้ชายในการเลี้ยงดูบุตรและรับผิดชอบครอบครัวให้มากขึ้น ผ่านนโยบายขยายวันลาสำหรับผู้ชายในการดูแลบุตรและภรรยาหลังคลอด

    รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมให้ผู้หญิงตัดสินใจมีบุตรโดยที่ยังมีความก้าวหน้าทางอาชีพ การมีสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีราคาที่สมเหตุสมผล ควบคู่กับการสนับสนุนภาคเอกชน ในการสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและครอบครัว โดยจัดให้มีสถานรับเลี้ยงเด็กที่ไว้วางใจได้ในที่ทำงาน ตลอดจนสนับสนุนให้มีสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยไม่เป็นภาระต่อลูกหลานมากนัก

    ต้องมี “การปรับหลักสูตร” การส่งเสริมการยกระดับทักษะ (Up-skill) และการปรับเปลี่ยนทักษะ (Re-skill) รวมถึงทักษะอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานที่สอดรับกับการพัฒนาประเทศ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานที่เทคโนโลยีไม่สามารถเรียนรู้ได้ และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเข้ามากระทบ ขณะเดียวกันต้องพัฒนาหลักสูตรการศึกษา การฝึกอบรมที่มีคุณภาพและตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ

     

    ต้องเพิ่ม “การสร้างความมั่นคงในชีวิต” โดยมีระบบหลักประกันการทำงานที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปของคน Gen Y การสร้างระบบการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในชีวิตยามเกษียณ อาทิ การส่งเสริมการออมภาคบังคับ รวมถึงจะต้องสร้างทักษะทางด้านการเงิน

    สุดท้ายคือ “การส่งเสริมให้มีสุขภาวะที่ดี” โดยส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสุขภาวะที่ถูกต้องเหมาะสมครอบคลุมกิจกรรม ทั้งการให้ความรู้และการพัฒนาพฤติกรรม โดยอาศัยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการติดตามและชักจูงให้ประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม

    รวมถึงการลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งการแก้ไขปัญหาทางกายภาพของถนน และยานพาหนะให้มีมาตรฐานความปลอดภัย

    จะเห็นได้ว่าการปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย เป็นปรากฏการณ์ที่หลายประเทศเผชิญกันมาแล้ว สำหรับประเทศไทยการเปลี่ยนผ่านจากสังคมสูงวัยไปสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เป็นไปค่อนข้างเร็ว ขณะที่การเตรียมพร้อมรับมือมีค่อนข้างน้อย ซึ่งจะมีผลกระทบทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม อาทิ การชะลอตัวของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จากขนาดประชากรวัยแรงงานที่ลดลง และความเสี่ยงทางการคลังจากการจัดสวัสดิการให้แก่วัยสูงอายุที่มีมากขึ้น

    จากผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ประชากร Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด และกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานมีความสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ดี เนื่องจาก คน Gen Y เติบโตมาพร้อมกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปจากประชากรรุ่นก่อน ทำให้มีพฤติกรรม รูปแบบการใช้ชีวิต และการให้คุณค่าด้านต่างๆ ที่ต่างกันไป

    ดังนั้นสังคมไทยจึงต้องเข้าใจพฤติกรรมและศักยภาพของคน Gen Y ในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วต่อไป