Monday, June 1, 2020
More

    สธ. เปิดตัวโครงการ 1 จังหวัด 1 แล็บ 100 ห้องปฏิบัติการ ตั้งเป้าตรวจอย่างน้อย 20,000 เคส/วัน

    กระทรวงสาธารณสุขเปิดตัวโครงการ “1 จังหวัด 1 แล็บ 100 ห้องปฏิบัติการ” พร้อมเปิดเพิ่มอีก 49 แห่ง พร้อมตั้งเป้าตรวจให้ได้อย่างน้อย 20,000 ตัวอย่าง/วัน หลังเดือนกุมภาพันธ์ – 10 เม.ย. 63 ห้องปฎิบัติการทุกสังกัด 93 แห่ง ตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปได้แล้วกว่า 100,498 ตัวอย่าง

    ห้องปฏิบัติการ 93 แห่ง ตรวจผู้ติดเชื้อแล้ว 100,498 ตัวอย่าง


    เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 13 เมษายน 2563 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ออกแถลงการณ์ที่สำนักงานกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยเผยว่าขณะนี้มีห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อยู่ 93 แห่ง ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข 46 แห่ง (สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 23 แห่ง กรมวิทย์ฯ 15 แห่ง และอื่น ๆ 8 แห่ง) ภาคเอกชน 28 แห่ง มหาวิทยาลัย และภาครัฐอื่น ๆ 19 แห่ง โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – 10 เมษายน 2563 ห้องปฏิบัติการทั่วประเทศได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 100,498 ตัวอย่าง ซึ่งเฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 4-10 เมษายน 2563 ตรวจไปได้แล้ว 16,490 ตัวอย่าง

    ทั้งยังได้เผยว่าการตรวจห้องปฏิบัติการ เป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่งในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 เพื่อให้การวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และการเปิดห้องปฏิบัติการ จัดซื้อน้ำยา และอุปกรณ์ตรวจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีการจัดซื้อเครื่องมือรวม โดยขอความร่วมมือนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่สร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม และบั่นทอนกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจทำงานหนักเพื่อปกป้องคนไทยทุกคนจากโควิด-19

    เพิ่มห้องปฏิบัติการ 49 แห่งตามโครงการ “1 จังหวัด 1 แล็บ 100 ห้องปฏิบัติการ”

    หนึ่งในสาระสำคัญอย่างหนึ่งของแถลงการณ์ในครั้งนี้อยู่ตรงการเปิดตัวโครงการ “1 จังหวัด 1 แล็บ 100 ห้องปฏิบัติการ” โดยทางนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ได้เผยว่าตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และข้อสั่งการของปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขยายขีดความสามารถห้องปฏิบัติการ ในทุกจังหวัด และกทม. ให้พร้อมตรวจได้ทั่วถึง โดยตั้งเป้าตรวจให้ได้อย่างน้อย 20,000 ตัวอย่าง/วัน โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีระบบการจับคู่ห้องปฎิบัติการกับโรงพยาบาลต้นสังกัด เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์กับกรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลที่ส่งตรวจ ทำให้การรับส่งเชื้อรวดเร็ว รายงานผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง ช่วยให้การป้องกันควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    โดยภายในเดือนเมษายนนี้ จะมีห้องปฎิบัติการเพิ่มอีก 49 แห่ง ทำให้ทั่วประเทศจะมีห้องปฏิบัติการทั้งหมด 142 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก เช่นภาคใต้ ในเขตสุขภาพที่ 11 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 9 แห่ง ได้แก่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช, รพ.วชิระภูเก็ต, รพ.สิชล, รพ.ระนอง, รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์, รพ.ทักษิน, รพ.หลังสวน,รพ.พังงา, รพ.กระบี่ จากเดิมที่มีอยู่ 4 แห่ง และเขตสุขภาพที่ 12 เตรียมเปิดที่ รพ.นราธิวาส, รพ.ปัตตานี, รพ.สตูล, และรพ.ตรัง เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 5 แห่ง เพื่อสนับสนุนการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (Active Finding Case) ในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น