Sunday, November 29, 2020
More

    สำรวจบทบาทกัญชาในระดับสากลและในไทยรับวันกัญชาโลก

    ปัจจุบันมีการพบว่าการนำกัญชาไปปรับใช้ทางการแพทย์นั้นมีหลากหลายมากขึ้นอย่างสูงในระดับสากล แต่หากมองมายังประเทศไทยจะพบว่าการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในเรื่องนี้ยังคงมีปัญหา และมีการแสดงออกทั้งการสนับสนุน การคัดค้าน ฯลฯ ที่ยังคงต้องให้เวลาในการสื่อสาร และสร้างความชัดเจนของบทบาทพืชล้มลุกชนิดนี้ในสังคมไทยต่อไป

    กฎหมายกับกัญชา

    ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ซึ่งจากเดิมเคยจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ห้ามเสพ ผลิต จำหน่าย มาอนุญาตให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วย และการวิจัย โดยรวมการอนุญาตผลิต นำเข้า และขึ้นทะเบียนตำรับยาได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างองค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมสุขภาพจิต และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีการดำเนินการนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ บนพื้นฐานตามหลักวิชาการด้านการแพทย์ที่เหมาะสม ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งมีระบุในกฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีกระแสความตื่นตัวอย่างมากจากภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่คาดหวังผลจากการรักษาด้วยสารสกัดกัญชาด้วย


    สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายการใช้กัญชาในประเทศไทยแบบเต็ม ๆ ได้ที่ https://www.bltbangkok.com/news/4657/

    กระแสกัญชาในโลกออนไลน์

    จากการสำรวจที่มีการพูดถึงกัญชาโดย Wisesighe ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่ามีการพูดเรื่องกัญชามากถึง 378,400 ข้อความจากการเก็บข้อมูลในช่วง (ก.ค. 61 – มิ.ย. 62) ซึ่งมีข้อความที่พูดถึงประโยชน์ด้านสุขภาพ 44,574 ข้อความ หรือคิดเป็น 12% ของจำนวนข้อความทั้งหมด โดยพบว่าโรคที่ได้รับการกล่าวถึงเมื่อมีการเอ่ยคำว่า “กัญชา” แบ่งได้ดังนี้
    1. โรคมะเร็ง 77%
    2. โรคซึมเศร้า 7%
    3. โรคเบาหวาน 7%
    4. โรคพาร์กินสัน 4%
    5. โรคไมเกรน 3%
    6. โรคสะเก็ดเงิน 1%
    7. โรคไต 1%

    ทั้งนี้ยังมีการพบว่ากลุ่มคนที่แชร์ประสบการณ์การใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคในด้านบวก มักอ้างว่าใช้กับตัวเองแล้วได้ผลจริง หรือคนในครอบครัวใช้แล้วได้ผล ในขณะเดียวกันก็พบว่ามีข่าวกลุ่มผู้ใช้เกินขนาดแล้วเกิดอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์ หรือกลุ่มที่ใช้ในขนาดที่แนะนำแล้วเกิดอาการข้างเคียงเช่นกัน

    กัญชา กัญชา เป็นยาวิเศษ ?

    ข้อมูลการศึกษาวิจัยระบุว่าสารประกอบ Canabinoids ที่อยู่ในกัญชาสามารถใช้ในการรักษาโรคได้ โดยสารออกฤทธิ์หลักที่นำมาใช้ทางการแพทย์คือ delta-9-Tetrahydrocannabinol (THC) ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และ cannabidiol (CBD) ซึ่งไม่มีฤทธิ์เสพติด 2 ทั้งยังมีกลุ่ม terpenes ซึ่งมีข้อคิดเห็นว่าการออกฤทธิ์ของกัญชา อาจเกิดจากสารประกอบหลายชนิดรวมกัน ที่เรียกว่า Entourage effect อย่างไรก็ตามการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์นั้น กรมการแพทย์ได้ให้ความหมายว่าสิ่งที่ได้จากการสกัดพืชกัญชา เพื่อนำสารสกัดที่ได้มาใช้ทางการแพทย์ และการวิจัยนั้น ไม่ได้หมายรวมถึงกัญชาที่ยังคงสภาพเป็นพืช หรือส่วนประกอบใด ๆ ของพืชกัญชาอาทิเช่น ราก ลำต้น ใบ ดอก ยอด เป็นต้น และยังได้มีการแบ่งโรค และภาวะที่ได้ประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ และโรคที่อาจจะได้ประโยชน์ (ในการควบคุมอาการ) ดังนี้

    โรคและภาวะที่ได้ประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์

    – อ้างอิงจากหลักฐานทางวิชาการที่มีคุณภาพ และได้รับการสนับสนุนชัดเจน
    1. ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด
    2. โรคลมชักที่รักษายาก และโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา
    3. ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
    4. ภาวะปวดประสาท

    โรคและภาวะที่อาจจะได้ประโยชน์ (ในการควบคุมอาการ) จากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์

    – ต้องการข้อมูลการศึกษาวิจัยต่อไป
    1. ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง
    2. ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
    3. โรคพาร์กินสัน
    4. โรคอัลไซเมอร์
    5. โรควิตกกังวลทั่วไป
    6. โรคปลอกประสาทอักเสบ

    อย่างไรก็ตาม การใช้กัญชาเพื่อการรักษายังมีองค์ความรู้อีกมากที่ต้องมีการศึกษา ในส่วนบทบาทของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นั้นจะเน้นสนับสนุนการขับเคลื่อนด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาทางการแพทย์โดยรักษาความเป็นกลาง เพื่อให้มีการนำความรู้ไปใช้อย่างเหมาะสม และส่งผลให้ประชาชนได้ประโยชน์ทางสุขภาพสูงสุดจากการใช้กัญชา กัญชง หรือพืชสมุนไพรอื่น โดยได้มีการทำงานร่วมกับ อย. กรมการแพทย์ และนักวิชาการ ซึ่ง สสส.ให้การสนับสนุนศูนย์วิชาการเฝ้าระวัง และพัฒนาระบบยา (กพย.) โดยมีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้รับผิดชอบหลัก นอกจากนั้นเพื่อป้องกันการเสพติดกัญชาในกลุ่มเยาวชน จึงได้สนับสนุนแผนงานด้านยาเสพติดของ สสส. ควบคู่กันไปอีกด้วย

    มุมมองต่อกัญชาของวงดนตรีเพื่อการเปลี่ยนแปลง Srirajah Rockers

    วิน ชูจิตารมย์ นักร้องนำและสมาชิกหนึ่งเดียวที่อยู่กับวง Srirajah Rockers มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนเข้าสู่ยุคเจเนอเรชั่นที่ 3 ของวง ได้บอกเล่าถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกัญชาและเพลงเรกเก้ไว้ว่า “กัญชาเกิดมานานมาก และอยู่ในทุก ๆ อารยธรรมของโลก ไม่ได้เกิดมาจากเรกเก้หรือจาไมกา กัญชาเป็นเหมือนกับพืชที่ให้ปัญญา ทำให้ศีลกลับมา เลยไปผูกกับดนตรี ความคิด การเข้าถึงพระเจ้า และเชื่อมโยงกับเรกเก้ ซึ่งจริง ๆ แล้วกัญชาคือสัญลักษณ์ของมนุษยชาติทุกคน”

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองของวง Srirajah Rockers ที่มีต่อกัญชา และเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับงานเพลงของวงแบบเต็มๆ ได้ที่ https://www.bltbangkok.com/lifestyle/entertainment/18698/