Friday, December 4, 2020
More

    ผลสำรวจชี้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศมีเงินออมในภาวะวิกฤตอยู่ได้ 2-3 เดือน

    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics รายงานภาพรวมการออมของคนไทย พบว่า คนส่วนใหญ่ 45% มีเงินออมที่สามารถอยู่ได้ในภาวะวิกฤต 2-3 เดือน โดยอีก 34% มีเงินออมเพียงพอหรืออยู่ได้มากกว่า 6 เดือน ขณะที่อีก 20% มีเงินออมอยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน

    ภาพรวมการออมของคนไทยในภาวะวิกฤต


    นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics เปิดเผยว่า หากมองในมุมความเพียงพอของเงินออม กรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงานจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) พบว่า คนไทยที่อยู่ในกำลังแรงงาน 38 ล้านคนนั้น กลุ่มที่อยู่ในภาวะเสี่ยง (กลุ่ม 20%) โดยเฉลี่ย 8 ล้านคนที่เงินออมอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน แต่อีก 30 ล้านคน มีเงินออมอยู่ได้เกิน 1 เดือน และประมาณ 13 ล้านคน สามารถเลี้ยงครอบครัวอยู่ได้เกิน 6 เดือน ที่เหลือเป็นกลุ่มอยู่ได้เกิน 1 เดือนแต่ไม่ถึง 6 เดือน

    ทั้งนี้ หากพิจารณาจากรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทไปจนถึงหลัก 1 แสนบาทต่อเดือน ในแง่ภาระไม่ได้อยู่ที่รายได้มากหรือน้อย และสัดส่วนการมีเงินออมที่อยู่รอดได้ก็ไม่แตกต่างระหว่างกทม.และต่างจังหวัด

    อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 โครงสร้างการออมของครัวเรือน จะเห็นเงินจากกองทุนรวมวิ่งเข้าหาเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 45% จากสัดส่วน 37.9% เมื่อสิ้นปีก่อน ซึ่งเงินฝากครัวเรือนมีจำนวน 7.96 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 37.9% กองทุนรวม 5.08 ล้านล้านบาทสัดส่วน 24.2% ประกันภัยและชีวิต 2.81 ล้านล้านบาท สัดส่วน 13.38% กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ 4.02 ล้านล้านบาทสัดส่วน 19.15%