Saturday, August 8, 2020
More

    แนวโน้มความต้องการทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้นทดแทนบ้านเดี่ยวและคอนโดที่ขยับราคาสูงขึ้น

    เผยภาพรวมยอดขายอสังหาริมทรัพย์ปี 2563 โครงการใหม่ของบ้านเดี่ยวและคอนโดชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดทาวน์เฮ้าส์ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ  ทดแทนการซื้อบ้านเดี่ยวและคอนโดที่ขยับราคาสูงขึ้นมาก

    สรุปภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทาวน์เฮ้าส์มาแรง!!

    ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยรายงาน ผลกระทบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากวิกฤตโควิด-19 พบว่า ภาพรวมยอดขายอสังหาริมทรัพย์ 2563 จะยังคงซึมยาวจากปี 2562 ต่อเนื่องด้วย COVID-19 ที่ทำให้การขายหยุดชะงักในไตรมาส 1 ปี 2563 ยอดขายมีโอกาสชะลอตัวต่อเนื่องประมาณการยอดขายที่อยู่อาศัยในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 62,297 ยูนิต  ลดลง 37,565 ยูนิต (-37.6%) จากปี 2562 ซึ่งเป็นยอดขายได้ที่ต่ำที่สุดนับจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ ปี 2540


    ด้านโครงการเปิดใหม่พบว่า มีการชะลอโครงการ ประมาณการจำนวนยูนิตเปิดใหม่ในปี 2563 เท่ากับ 56,662 ยูนิตลดลง 54,592 ยูนิต (-49.1%) จากปี 2562  ขณะที่คอนโดมิเนียมมีโอกาสชะลอตัวต่อเนื่อง คาดว่าจำนวนยูนิตที่ขายได้เท่ากับ 31,403  ยูนิต ลดลง 22,900 หน่วย (-42.2%) จากปี  2562  ซึ่งเป็นยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบ 5  ปีของคอนโดมิเนียม ผลจากการชะลอการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดระดับราคาสูง โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนามากกว่า 5 ปี  กลุ่มคอนโดมิเนียมที่เน้นขายนักลงทุนและกลุ่มที่ขายลูกค้าต่างชาติ

    อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดทาวน์เฮ้าส์ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ โดยทาวน์เฮ้าส์ในพื้นที่ไม่เกินแนววงแหวนรอบนอก ในบริเวณที่อยู่ในรัศมีของการเข้าถึงรถไฟฟ้าใหม่ส่วนต่อขยายได้ยังมีความต้องการของผู้ซื้อสูง ทดแทนการซื้อบ้านเดี่ยวและคอนโดที่ขยับราคาสูงขึ้นมาก ผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้คาดว่าจะมียอดขาย 20,026 ยูนิต ลดลง 8,673 ยูนิต  (-30.2%) จากปี 2562 ในขณะที่จำนวนยูนิตสะสมน่าจะปรับลดลงมาที่  65,649  ยูนิต ลดลง 7.4%  แต่ในภาพรวมแล้วตลาดนี้น่าจะได้รับผลกระทบในแค่ระยะสั้นเท่านั้นเพราะทาวน์เฮ้าส์เป็นตลาดของลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง