Sunday, November 29, 2020
More

    ผลสำรวจเผยคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเกือบ 400,000 คนต่อปี

    โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชากรโลก และคนไทย โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็ง ฯลฯ ส่วนใหญ่เกิดมาจากพฤติกรรมการกิน การสูบบุหรี่ มลพิษทางอากาศ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพฤติกรรมเนือยนิ่ง

    พฤติกรรมการกินของคนไทยพบวัยทำงานเน้นรสจัด วัยรุ่นเน้นรูปลักษณ์


    ในการสำรวจพฤติกรรมของคนไทยบนโลกออนไลน์ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 61 ผ่าน #อร่อยไปแดก #อร่อยบอกต่อ และจาก Food Influencers จำนวน 90 Accounts ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 5,826,452 ข้อความ พบว่าในสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุ๊ก จากจำนวนประชากรในแพลตฟอร์ม 48 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคน Gen Y (อายุ 19-36 ปี) สรุปได้ว่ากลุ่มคน Gen Y ให้ความสนใจ และมีปฎิสัมพันธ์กับโพสต์ที่เป็นเมนู หรือวิธีการทำเมนูอาหารน่ากิน และเมนูที่มีรสจัดเช่นยำต่าง ๆ ส่วนในทวิตเตอร์ จากจำนวนประชากรในแพลตฟอร์ม 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัย Gen Z อายุระหว่าง 15-24 ปีมากถึง 40% พบว่าผู้ใช้งานมีปฎิสัมพันธ์กับอาหารที่มีเอกลักษณ์ เช่นกุ้งล็อบสเตอร์ ซูชิปลาไทย ชานมไข่มุก ฯลฯ ทั้งนี้โดยภาพรวมของเทรนด์อาหารซึ่งเป็นที่นิยมในสังคมออนไลน์ พบว่าคนไทยยังคงนิยมรสชาติอาหารที่มีรสเผ็ดเช่นต้มยำต่าง ๆ และรสหวาน เช่นขนมไทย ขนมเค้ก ฯลฯ ขณะที่ส่วนประกอบอาหารที่ได้รับความนิยมสูงได้แก่ปูดอง กุ้ง และไข่ดอง ทั้งยังพบว่าคนไทยมีแนวโน้มการกินอาหารสะดวกซื้อมากขึ้น ขณะที่การทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างอาหารคลีนยังคงอยู่ในภาวะคงที่มาตั้งแต่ปี 2561

    เด็ก คนโสด และคนทำงานบริษัท กินผักน้อยลง

    จากผลการศึกษาพฤติกรรมการกินผักและผลไม้ของคนไทย โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยการสำรวจประชากร 3 ช่วงวัย ประกอบด้วยวัยเรียน อายุ 6-14 ปี วัยรุ่น และวัยทำงาน อายุ 15- 59 ปี และผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ในกทม.และ 4 ภูมิภาค รวม 7,957 คน พบว่าหากใช้เกณฑ์ของกรมอนามัยจะพบว่า ทุกกลุ่มวัยกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ

    นอกจากนี้ยังพบกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญของการบริโภคผัก และผลไม้ไม่เพียงพอ ได้แก่กลุ่มเด็ก คนโสด คนที่มีการศึกษา คนทำงานบริษัท คนที่ไม่มีรายได้ และคนที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และจากรายงานยังเผยว่าการให้ความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้คนกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น แต่การส่งเสริมการปลูกผักผลไม้กินเอง รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อการเข้าถึงผัก และผลไม้มากขึ้น จะเป็นช่องทางสำคัญให้คนหันมาใส่ใจการกินผักผลไม้มากขึ้น

    โดยหากวัดค่ามัธยฐานการกินผักผลไม้ต่อวัน จำแนกตามกลุ่มอายุจะพบว่าคนไทยกินผักผลไม้เพิ่มขึ้นตามกลุ่มอายุ และเริ่มลดลงเมื่อสูงอายุ ดังนี้

    •  6-9 ปี อยู่ที่ 1.8
    • 10-14 ปี อยู่ที่ 2.21
    • 15-29 ปี อยู่ที่ 3.93
    • 30-44 ปี อยู่ที่ 5.57
    • 45-59 ปี อยู่ที่ 5.43
    • 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 4.72