Sunday, November 29, 2020
More

    ผลสำรวจชี้ผู้หญิงชาวจีน 55% ไม่สามารถออกจากบ้านโดยไม่แต่งหน้าได้

    แม้ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ยอดขายของสินค้าและบริการต่างได้รับผลกระทบหดตัวลง แต่ตัวเลขยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบนแพลตฟอร์มในเครืออาลีบาบายังคงเพิ่มขึ้นถึง 15.7% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน (ระหว่างเดือนมกราคมกุมภาพันธ์)

    ข้อมูลจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กวางโจว ประเทศจีน ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคของผู้หญิงชาวจีนในปี พ.. 2563 ซึ่งอ้างอิงจากผลสำรวจของสถาบันชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันวิจัย CBNData หรือ ข้อมูลสถิติจาก Toutiao สื่อออนไลน์ที่มีชื่อเสียงของจีน ต่างให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันถึงความนิยมและพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคผู้หญิงชาวจีนว่าเรื่องความงามและสุขภาพยังคงเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ แม้จะต้องพบกับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม


    ผู้หญิงแต่งหน้าเพื่อสร้างความมั่นใจ

    ตั้งแต่ต้นปี 2563 ยอดขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในจีนเพิ่มขึ้น 13% ในขณะที่บริการทางการแพทย์หรือศัลยกรรมความงาม ไม่ว่าจะเป็น การรักษา ริ้วรอย หรือการทำศัลยกรรมพลาสติก มีค่าเฉลี่ยเติบโตขึ้นถึง 24% ต่อปี

    ผลสำรวจจากสถาบันวิจัย CBNData ระบุว่ากว่า 55% ของผู้หญิงที่ร่วมตอบแบบสำรวจต้องแต่งหน้าทุกวันและไม่สามารถออกจากบ้านโดยไม่แต่งหน้าได้ ซึ่ง 77% ของกลุ่มนี้ให้เหตุผลว่าเพื่อทำให้ตัวเองมั่นใจและมีความสุขมากขึ้น และนอกจากเครื่องสำอางแล้ว อุปกรณ์เสริมสวยก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาด้วย โดยสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ เครื่องล้างหน้า เครื่องนวดตา เครื่องนวดกระชับหน้า เครื่องถอนขน เครื่องนวดกระชับต้นขา และเข็มขัดกระชับหุ่น โดยการดูแลตัวเองเหล่านี้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่สาวๆ ชาวจีนยินดีสละเวลาให้ในแต่ละวัน

    ผู้หญิงยุคใหม่ฟิตแอนด์เฟิร์ม

    ส่วนด้านสุขภาพนั้น พบว่าผู้หญิงยุคใหม่นิยมเข้าฟิตเนสเป็นจำนวนมาก โดยรูปแบบการออกกำลังกายที่นิยม ได้แก่ การวิ่ง/เดินเร็ว, โยคะ/พิลาทิส, การเต้น/แอโรบิค และเวทเทรนนิ่ง จากสถิติจาก Toutiao สื่อออนไลน์ที่มีชื่อเสียงของจีน เป็นสิ่งยืนยันถึงการให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของผู้หญิงชาวจีนได้เป็นอย่างดี เพราะในปี 2563 พบว่า มีจำนวนการอ่านข้อมูลเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายของผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้น 24% โดยมีเนื้อหาตั้งแต่การออกกำลังกายขั้นพื้นฐานอย่างการวิ่ง จนไปถึงการเข้าคลาสต่อยมวย มีการมองหาวิธีการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ ความน่าสนใจอยู่ที่ ช่วงหน้าท้อง เอว ต้นขา และสะโพก เป็นส่วนที่ผู้หญิงจีนต้องการลดและกระชับมากที่สุด

    ดังนั้นในช่วงนี้ที่ประเทศจีนกำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่สภาวะปกติคาดการณ์ว่าทางรัฐบาลจะสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อทดแทนภาคส่งออกที่อาจหดตัวลงเนื่องจากสถานการณ์ในประเทศต่างๆทั่วโลกยังคงไม่ดีขึ้นกลุ่มผู้บริโภคหญิงจึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญ

    ข้อมูลเชิงลึกจากการสืบค้นของสาวนักช้อปชาวจีนนั้น สามารถนำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนได้ อาทิ ค่านิยมของการที่จะต้องมีต้นขาและสะโพกที่กระชับ ได้รูป เป็นที่นิยม ผู้ประกอบการอาจจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อกระชับต้นขา และสะโพกขึ้นมาโดยเฉพาะ หรือพฤติกรรมการชอบออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส ซึ่งการวิ่ง/เดินเร็ว และเล่นโยคะ/พิลาทิส เป็นที่นิยม ผู้ประกอบการไทยสามารถนำยางพาราซึ่งเป็นสินค้ามีชื่อเสียงของไทยมาพัฒนาเป็นสินค้าช่วยถนอมสุขภาพสำหรับกีฬาประเภทนี้โดยเฉพาะ อาทิ แผ่นรองเท้าลดแรงกระแทกขณะวิ่ง เสื่อโยคะยางพารา เป็นต้น

    สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อเจาะตลาดจีนโดยเฉพาะ สามารถเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs Pro-active จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สามารถศึกษาข้อมูลและหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โครงการฯ https://smesproactive.ditp.go.th/