Friday, July 17, 2020
More

    กรมควบคุมโรคเผยผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษพบมากสุดในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี

    กรมควบคุมโรคชี้ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษปี 2563 แล้วกว่า 31,890 ราย โดยกลุ่มที่พบมากที่สุดคือ วัยรุ่นอายุ 15-24 ปี

    กลุ่มวัยรุ่นเสี่ยงอาหารเป็นพิษมากที่สุด

    จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทย ปี 2563 พบผู้ป่วยแล้ว 31,890 ราย โดยไม่มีผู้เสียชีวิต


    สำหรับกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3  อันดับ คือ 15-24 ปี รองลงมาคือ อายุมากกว่า 65 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ

    โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเป็นกลุ่มก้อน 2 เหตุการณ์ ไม่มีผู้เสียชีวิต คือ จังหวัดพะเยา พบในชุมชน มีผู้ป่วย 79 ราย อาหารสงสัยที่เป็นสาเหตุของการระบาด คือ ลาบเนื้อดิบ  และจังหวัดจันทบุรี พบในเรือนจำ มีผู้ป่วย 103 ราย อาหารสงสัย ได้แก่ ปลาร้า หน่อไม้ ปูแสมดอง

    นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน อาจทำให้อาหารบูดหรือเน่าเสียได้ง่าย ประกอบกับพฤติกรรมการทำอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารสำเร็จที่ปรุงมาเป็นระยะเวลานานแล้วไม่นำมาอุ่นก่อนรับประทาน

    แนะนำว่า ให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมงต้องนำมาอุ่นก่อนรับประทานทุกครั้ง เลือกบริโภคอาหาร น้ำดื่ม และน้ำแข็งที่สะอาด ไม่รับประทานอาหารที่ปรุงจากสัตว์หรือพืชที่มีพิษ เลือกซื้อวัตถุดับที่สด สะอาดและมีคุณภาพ ใช้ช้อนกลางส่วนตัวตักอาหารเมื่อรับประทานร่วมกัน และก่อนหยิบจับอาหารควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

    สำหรับผู้ประกอบอาหารต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและปรุงอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ใช้หน้ากากอนามัยปิดจมูกและปาก สวมหมวกคลุมผม เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคไปสู่อาหาร

    สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ จะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ปวดศีรษะ คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ได้ ในรายที่มีอาการถ่ายอุจจาระมาก ผู้ป่วยอาจมีภาวะช็อกหมดสติได้ การช่วยเหลือเบื้องต้น ควรให้จิบสารละลายเกลือแร่โอ อาร์ เอส บ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

    สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422