Monday, November 30, 2020
More

    เผยยอดจองวอชเชอร์ที่พักของคนไทยพุ่ง 100% ในวิกฤตโควิด-19

    เผยโควิด-19 ดันยอดจองวอชเชอร์ที่พักของคนไทยพุ่ง 100% จากรายงานของ มาคาเลียส

    โควิด-19 ดันยอดจองวอชเชอร์ที่พักพุ่งขึ้น 100%

    ปฎิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมาก แต่จากรายงานของมาคาเลียส ซึ่งเป็น ออนไลน์ ทราเวล แพลตฟอร์ม (Online Travel Platform) ได้เปิดเผยถึงความเชื่อมั่นว่าธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย จะต้องกลับมาคึกคักอีกครั้งจากปัจจัยบวกหลาย ๆ อย่างที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลดำเนินการอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงภาคธุรกิจโรงแรมที่พักที่ร่วมใจกันอัดโปรโมชั่นต่าง ๆ มากมาย ประกอบกับนักท่องเที่ยวไทยที่ยังคงหวาดกลัวการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และความต้องการท่องเที่ยวที่มีเพิ่มมากขึ้นในช่วงล็อกดาวน์


    ส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ตลาดจำหน่ายวอชเชอร์ที่พักมียอดสั่งจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนซื้อวอชเชอร์เก็บไว้ก่อนรอการคลายล็อกดาวน์ ค่อยนำออกมาใช้ เช่นเดียวกับ มาคาเลียส ที่มียอดสั่งซื้อวอชเชอร์ที่พักตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากว่า 10,000 ใบ หรือโตขึ้นกว่า 100% รวมมูลค่ากว่า 18 ล้านบาท จากเดิมที่มียอดสั่งซื้อเฉลี่ยเดือนละ 4,000-5,000 ใบ และบริษัทเชื่อมั่นว่าจะมียอดการสั่งจองวอชเชอร์ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะภาครัฐเริ่มมีการผ่อนปรนการล็อคดาวน์ประเทศ

    การเดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มขนาดเล็ก (FIT) จะได้รับความนิยมมากขึ้นหลังจากนี้

    นอกจากนี้ทาง มาคาเลียส ยังเผยว่าจากคาดการณ์ภายหลังการคลายล็อกดาวน์ และการกำหนดวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ จะส่งผลให้คนไทยเริ่มกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่รูปแบบการท่องเที่ยว หรือไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนไทยจะเปลี่ยนไปจากเดิม คือ เดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มขนาดเล็ก หรือ Free Individual Traveler (FIT) เช่นคู่รัก กลุ่มเพื่อน รวมไปถึงครอบครัวขนาดเล็ก มีการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง แทนการใช้บริการเอเจนซี่นำเที่ยว พฤติกรรมการท่องเที่ยวจะเน้นวันธรรมดา เนื่องจากได้โปรโมชั่นที่ดีกว่า และมีจำนวนคนท่องเที่ยวไม่มากเท่าวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์

    “ฐานวิถีการท่องเที่ยวใหม่” (New Normal Tourism) เน้นความปลอดภัย และคุณภาพ

    ทั้งนี้ การเกิดวิกฤตโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเริ่มหันมามองหาวอชเชอร์ด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ครบวงจร มีความปลอดภัยสูง ในราคาที่สมเหตุสมผล เช่นแพ็กเกจที่พักรวมบริการภายใน และสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง เป็นต้น ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่จากต่างประเทศ (Inbound) อาจมีไม่มากนักในช่วงเวลาดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปี ดังนั้น ด้านกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และร้านค้า จำเป็นต้องปรับตัวรองรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศ และปรับตัวให้เข้ากับ “ฐานวิถีการท่องเที่ยวใหม่” (New Normal Tourism) ซึ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก โดยจะเห็นได้ว่าในธุรกิจโรงแรมเริ่มมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยของที่พัก พื้นที่ส่วนกลาง พนักงานที่ให้บริการ รวมไปถึงรูปแบบการให้บริการ เช่น

    – เดิมอาหารเช้าจะจัดเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นการให้บริการถึงห้องพัก เป็นต้น
    รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ตั้งแต่การจองที่พักด้วย E-Voucher ไปจนถึงการชำระค่าบริการต่าง ๆ เพื่อลดการสัมผัส สร้างสังคมไร้เงินสด (Cashless society) เป็นต้น