Thursday, October 29, 2020
More

    เผยคาดการณ์จำนวนผู้ใช้เครือข่าย 5G ทั่วโลกจะสูงถึง 190 ล้านราย ในปี 2563

    ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้มีมาตรการล็อกดาวน์นั้น เครือข่ายดิจิทัล ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ดังจะเห็นได้จากรายงาน Ericsson Mobility Report ประจำเดือนมิถุนายน 2563 ที่จัดทำโดยอีริคสัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

    คาดการณ์ผู้ใช้งานเครือข่าย 5G ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 190 ล้านราย ภายในสิ้นปี 2563

    จากข้อมูลคาดการณ์ที่ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility Report ประจำเดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งจัดทำโดย อีริคสัน เผยว่าจำนวนผู้ใช้ระบบเครือข่าย 5G ทั่วโลกภายในสิ้นปี 2563 จะสูงถึง 190 ล้านราย และจะเพิ่มเป็น 2,800 ล้านราย ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอชีเนียจะใช้เทคโนโลยีเซลลูลาร์ผ่าน 5G เป็นอันดับ 2 รองจากเทคโนโลยี LTE และภายในปี 2568 จำนวนผู้ใช้ 5G จะเพิ่มเป็น 270 ล้านราย หรือคิดเป็น 21% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั้งหมด

    โควิด-19 ทำให้เครือข่ายมือถือ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านมีความสำคัญเพิ่มขึ้น


    โดยการเกิดมาตรการล็อกดาวน์อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกต้องเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ที่เปลี่ยนแปลงพื้นที่จากย่านธุรกิจไปสู่ชุมชนที่พักอาศัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของอีริคสัน ฉบับล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่าการใช้เครือข่ายมือถือ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้าน กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยพบว่าในย่านที่พักอาศัยมีปริมาณการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายบรอดแบนด์เติบโตราว 20-100% ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการก็สังเกตเห็นความต้องการใช้งานเครือข่ายมือถือเพิ่มขึ้นเช่นกัน

    คาดการใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนียจะสูงถึง 25 GB ในปี 68

    ในส่วนคาดการณ์ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย พบว่าจะสูงถึง 25 GB ภายในปี 2568 หรือเติบโตเฉลี่ย 33% ต่อปี โดยอัตราการเติบโตเกิดจากพื้นที่ใช้งานและการใช้สัญญาณเครือข่าย 4G และการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราเฉลี่ยการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟน คาดว่าการใช้งานโมบายล์ ดาต้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสูงถึง 25 EB ต่อเดือน จากปกติที่ 3.2 EB ต่อเดือน หรือมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 40% ต่อปี

    นอกจากนั้น ผลวิจัยล่าสุดจาก Ericsson Consumer Lab ยังระบุว่า 83% ของผู้ตอบแบบสำรวจจาก 11 ประเทศ ที่ใช้งานเทคโนโลยี ICT เผยว่าในช่วงล็อกดาวน์ ผู้ตอบแบบสำรวจเปิดใช้บริการเทคโนโลยี ICT ต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ แอปฯ เรียนออนไลน์ แอปฯ ดูแลสุขภาพ ที่ช่วยให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ผ่านการเชื่อมต่อเครือข่าย

    ขณะที่ 57% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เผยว่า พวกเขาจะเก็บเงินเพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต โดย 1 ใน 3 มีแผนใช้เงินไปกับเครือข่าย 5G และพร้อมปรับปรุงระบบเครือข่ายบรอดแบนด์ที่บ้านให้รองรับการใช้งานได้ดีขึ้น เพื่อเตรียมรับมือหากเกิดการระบาดรอบสอง

    ไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปิดใช้ระบบเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ เมื่อเดือนมีนาคม 63

    การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาเสริมการดำเนินธุรกิจทั่วโลก นอกจากเปิดโอกาสให้องค์กรเชื่อมต่อกับลูกค้า หรือดำเนินธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างไม่สะดุดแล้ว ระบบเครือข่าย 5G และเทคโนโลยี ยังสร้างโอกาสการขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ แก่ผู้ให้บริการเครือข่าย อาทิ สุขภาพ ยานยนต์ และการผลิต

    โดยในส่วนของไทย ยังนับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปิดใช้ระบบเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งมีการประเมินว่าในปี 2568 ระบบเครือข่าย 5G จะสร้างรายได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราว 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ