Thursday, October 29, 2020
More

    สนข. เตรียมพร้อมรับมืออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในช่วงวันหยุดยาว 24 – 28 ก.ค. 63

    สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) คาดการณ์ช่วงวันหยุดยาว 24 – 28 กรกฎาคม 2563 จะมีการเดินทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 6.9 ล้าน คนเที่ยว โดยใช้รถโดยสารเดินทางมากสุด ส่วน ส่วนการเดินทางระหว่างจังหวัดและในจังหวัด จะมีจำนวน 2.1 ล้าน คนเที่ยว เตรียมพร้อมทุกโหมดการเดินทางรับมือและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

    สนข. เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้ประชาชนในช่วงวันหยุดยาว

    นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ระหว่างวันที่ 24 – 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคม (คค.) จึงได้มอบหมายให้ สนข. เป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อมการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวนี้ โดยให้ถอดบทเรียนเมื่อช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชาเข้าพรรษา (3 – 7 กรกฎาคม 2563) ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สนข. ได้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์และสรุปผลการดำเนินงาน พบว่า ภาพรวมสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนบนโครงข่ายของ คค. (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2563) มีการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น จำนวนรวม 369 ครั้ง โดย การขับรถเร็วเกินกำหนดถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 71% สาเหตุรองลงมามาจากตัดหน้ากระชั้นชิดและหลับใน ส่วนลักษณะของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 3 ลำดับแรก ได้แก่ รถพลิกคว่ำ รถชนท้าย และรถชนกันหรือเฉี่ยวชน ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า ถนนทางตรงมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด ถึง 67% เมื่อเทียบกับลักษณะทางประเภทอื่นๆ สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ชลบุรี 34 ครั้ง สุพรรณบุรี 23 ครั้ง และกรุงเทพมหานคร 21 ครั้ง ทั้งนี้ สนข. ได้คาดการณ์ปริมาณการเดินทางของประชาชนด้วยระบบขนส่งสาธารณะในช่วง 5 วัน ระหว่างวันที่ 24- 28 กรกฎาคม 2563 โดยคาดว่าจะมีการจัดบริการขนส่งสาธารณะทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ รวมประมาณ 230,000 เที่ยว บริการรองรับผู้โดยสารรวมประมาณ 9 ล้านคน อีกทั้งคาดว่าจะมีผู้เดินทางระหว่างจังหวัดมากขึ้นกว่าช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พ.. 2563 ที่ผ่านมาโดยคาดว่าการเดินทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 5 วันสะสม จำนวน 6.9 ล้าน คนเที่ยวได้แก่


    1) รถประจำทาง จำนวน 3.88 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 56%

    2) รถไฟฟ้า จำนวน 2.67 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 43% และ

    3) เรือด่วนเจ้าพระยา/คลองแสนแสบ จำนวน 0.07 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 1%

    ในส่วนของการเดินทางระหว่างจังหวัดและในจังหวัด รวม 5 วันสะสม จำนวน 2.1 ล้าน คนเที่ยวได้แก่

    1) รถ บขส./รถหมวด 3 – 4 จำนวน 0.93 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 44%

    2) เรือ จำนวน 0.55 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 26%

    3) เครื่องบิน จำนวน 0.55 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 16% และ

    4) รถไฟระหว่างเมือง จำนวน 0.28 ล้าน คนเที่ยว คิดเป็น 14%

    นายชยธรรม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยฯ ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 24 – 28 กรกฎาคม 2563 จะยังคงดำเนินมาตรการต่างๆ ตามแนวทางหลักของช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ประกอบด้วย 2 แผนหลัก ได้แก่ แผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและแผนรองรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง อาทิ การบริการระบบขนส่งสาธารณะต้องเข้าถึงง่าย เพียงพอไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่โก่งราคา ไม่ทิ้งผู้โดยสาร และทันกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในคุณภาพของการให้บริการขนส่งสาธารณะ ด้วยการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานีโดยสาร ภายในรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสาร และเครื่องบิน อย่างเข้มข้นและจริงจัง กำกับและควบคุม เพื่อป้องกันจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการเดินทางรวมถึงบริหารจัดการจราจรทางถนนให้มีความคล่องตัวและไม่ติดขัดอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในขนส่งสาธารณะรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ พ.. 2563

    กระทรวงคมนาคมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดครั้งครั้งต่อไป

    โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำชับและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

    นำสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ มาวิเคราะห์จัดทำเป็นข้อมูล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดในครั้งต่อไป

    มอบหมายให้กรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดช่องผ่านทาง ณ บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางบนถนน Motorway และทางด่วนในทุกช่องทาง เพื่อบรรเทาการจราจรติดขัดและเร่งระบายรถที่ติดสะสมบริเวณหน้าด่าน พร้อมทั้งมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจน

    มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการรถบรรทุกให้งดวิ่งช่วงวันหยุดดังกล่าว และทำการจัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดขึ้นเนินต่างๆ โดยรถบรรทุกต้องวิ่งชิดซ้าย

    มอบหมายให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย คืนพื้นผิวจราจร และหยุดงานก่อสร้างในจุดต่างๆ เพื่อลดปัญญาการจราจรติดขัดและเร่งระบายรถในจุดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต่างๆ

    มอบหมายให้กรมทางหลวง จัดทำป้ายบอกระยะจุดพักรถล่วงหน้า เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบถึงระยะของจุดพักรถ บริเวณจุดพักรถ Rest Area บนถนน Motorway หมายเลข 7 เพื่อให้รถยนต์ที่ไปใช้บริการสามารถใช้ช่องทางด้านขวาได้

    ให้ยังคงรักษามาตรการเฝ้าระวัง COVID – 19 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ

    อีกทั้งเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางและช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน

    ยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์และทางด่วน 6 วัน จนถึง 28 กรกฏาคม 63

    นายชยธรรม์ฯ กล่าวตอนท้ายว่า รัฐบาลได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 (กรุงเทพฯชลบุรีพัทยา) และหมายเลข 9 (บางปะอินบางพลี) และยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก รวม 6 วัน ตั้งแต่เวลา 00.01 . ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ถึงเวลา 24.00 . ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 รวมทั้งเพิ่มการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอินปากเกร็ด) ตั้งแต่เวลา 00.01 . ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2563 ถึงเวลา 24.00 . ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2563