Wednesday, November 25, 2020
More

    หนี้ครัวเรือนไทยต่อGDP แตะ 80.1% สูงสุดในรอบ 4 ปี รายได้ท่องเที่ยวไทยใน Q2/63 ลดลง 97.1%

    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยรายงานเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ของปี 2563 และแนวโน้มปี 2563 พบว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลง 12.2% ต่อเนื่องจากการลดลง 2% ในไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ลดลงจากไตรมาสแรกของปี 2563 (%QoQ_SA) ที่ 9.7% รวมครึ่งแรกของปี 2563 เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง 6.9%

    โควิด-19 กระทบการส่งออกสินค้าและบริการ การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ลดลง 2.1%

    การระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศส่งผลให้การส่งออกสินค้า และบริการ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลง ขณะที่การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐขยายตัว สนับสนุนเศรษฐกิจการบริโภคภาคเอกชน ปรับตัวลดลง 6.6% เทียบกับการขยายตัว 2.7% ในไตรมาสก่อนหน้า


    สอดคล้องกับการลดลงของฐานรายได้ในระบบเศรษฐกิจและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 และการดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของภาครัฐ ซึ่งทำให้การบริโภคภาคเอกชนลดลงทั้งในหมวดสินค้าคงทน กึ่งคงทน และหมวดบริการ สอดคล้องกับการลดลง ของการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าและบริการสำคัญ เช่น การซื้อยานยนต์ (ลดลง 43.0%) การใช้จ่ายเกี่ยวกับเสื้อผ้าและรองเท้า (ลดลง 21.4%) การใช้จ่ายในร้านอาหารและโรงแรม (ลดลง 45.8%) การใช้จ่ายซื้อสินค้าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ (ลดลง 17.1%)

    อย่างไรก็ดี รวมครึ่งแรกของปี 2563 การบริโภคภาคเอกชนลดลง 2.1% และการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลลดลง 0.7% การลงทุนรวมปรับตัวลดลง 8.0% เทียบกับ การลดลง 6.5% ในไตรมาสก่อนหน้า

    รายได้การท่องเที่ยว Q2/63 อยู่ที่ 0.019 ล้านล้านบาท ลดลงจาก Q2/62 ที่ 97.1%

    สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ลดลง 50.2% ต่อเนื่องจากการลดลง 23.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการลดลงของรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยในไตรมาสนี้มีรายรับรวมจาก การท่องเที่ยว 0.019 ล้านล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 97.1%

    โดยรายรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ 0.019 ล้านล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 92.7% ในขณะที่รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในไตรมาสนี้ลดลงทั้งหมดอัตรา การเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 6.51% ลดลงจาก 51.50% ในไตรมาสก่อนหน้า และลดลงจาก 70.79% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

    รวมครึ่งแรกของปี 2563 การผลิตสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารลดลง 36.2% โดยรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่ที่ 0.332 ล้านล้านบาท จำนวนนักทํองเที่ยวต่างประเทศลดลง 66.2% และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 29.01%

    เศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดจะปรับตัวลดลงในช่วง 7.8 – 7.3%

    แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะปรับตัวลดลงในช่วง (-7.8%) – (-7.3%) เนื่องจาก

    1. การปรับตัวลดลงมากของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    2. ภาวะถดถอยรุนแรงของ เศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก

    3. ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ

    4. ปัญหาภัยแล้ง

    โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะปรับตัวลดลง 10.0% การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวมปรับตัวลดลง 3.1% และ 5.8% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อ ทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง (-1.2%) – (-0.7%) และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.5% ของ GDP

    หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 80.1% สูงสุดในรอบ 4 ปี

    นอกจากนี้ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังเปิดเผยรายงานภาวะสังคมไตรมาส 2/2563 ระบุว่า หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ไตรมาส 1 ปี 2563 พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 80.1% สูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2559 ซึ่งยังเป็นตัวเลขที่รับได้ แต่หากถามว่ามีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำให้คนมีรายได้มากขึ้น

    แต่สิ่งที่น่าห่วงที่สุด คือ ตัวเลขผู้ว่างงาน ล่าสุดมีแรงงานที่อยู่ในระบบตกงานเพิ่มขึ้น 420,000 คน และอีก 1.7 ล้านคน ยังมีสถานะเป็นผู้มีงานทำ แต่ยอมลดเงินหรือหรือหยุดทำงานชั่วคราวโดยไม่รับเงินเดือน ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะตกงาน หากสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น และธุรกิจต้องปิดกิจการลง

    ทั้งนี้ยังเป็นห่วงผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อีก 16 ล้านคน ที่อาจขาดสภาพคล่อง ซึ่งภาครัฐต้องเข้าไปดูแลเป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์โควิด-19 ในไทยเกิดการระบาดรอบ 2 รุนแรงถึงขั้นล็อกดาวน์เศรษฐกิจอีกรอบ ก็อาจมีคนตกงานเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านคน