Wednesday, November 25, 2020
More

    คนไทยส่วนใหญ่กังวลม็อบกลุ่มประชาชนปลดแอก กว่า 45% ระบุนายกควรรับฟังปัญหาด้วยตนเอง

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่องม็อบกลุ่มประชาชนปลดแอกโดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และวันที่ 16 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพลสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

    ประชาชนส่วนใหญ่กังวลว่าจะเกิดการบานปลายกลายเป็นความแตกแยก และรุนแรง

    จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงความกังวลว่าจะเกิดการบานปลายกลายเป็นความแตกแยกและความรุนแรงในสังคมจากการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกพบว่า

    • ร้อยละ 26.37 ระบุว่า กังวลมาก เพราะ เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นและอาจจะมีมือที่ 3 เข้ามาแทรกแซงเหมือนที่ผ่านมา และอยากให้เลื่อนการชุมนุมออกไปก่อนจนกว่าการแพร่ระบาดโควิด – 19 จะหมดไป 100%
    • ร้อยละ 34.76 ระบุว่าค่อนข้างกังวลเพราะเกรงว่าจะมีการปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงระหว่างกลุ่มคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอาจจะทำให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ
    • ร้อยละ 14.18 ระบุว่าไม่ค่อยกังวลเพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงข้อเรียกร้องให้รัฐบาลรับทราบถึงเหตุผลในการชุมนุมเท่านั้นและรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
    • ร้อยละ 24.16 ระบุว่าไม่กังวลเลยเพราะเป็นเหตุการณ์ปกติของการเมืองไทยที่มีมาตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นสิทธิในการแสดงเหตุผลของกลุ่มประชาชนปลดแอกและเป็นการชุมนุมอย่างสงบ
    • ร้อยละ 0.53 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เกือบครึ่งระบุนายกควรรับฟังปัญหาจากผู้ชุมนุมด้วยตนเอง

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาควรดำเนินการกับการชุมนุมพบว่า

    • ร้อยละ 45.27 ระบุว่าควรรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตนเอง
    • ร้อยละ 24.16 ระบุว่าควรยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันที
    • ร้อยละ 11.43 ระบุว่า ควรประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
    • ร้อยละ 11.36 ระบุว่าควรใช้กลไกรัฐสภาในการฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ชุมนุม
    • ร้อยละ 9.07 ระบุว่าควรประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแล้วยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
    • ร้อยละ 8.54 ระบุว่าควรใช้กลไกราชการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
    • ร้อยละ 6.17 ระบุว่าควรอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร
    • ร้อยละ 4.50 ระบุว่า ควรใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำผิด
    • ร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ