Thursday, October 29, 2020
More

    ภาพรวมส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ม.ค.-มิ.ย. 63 มูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเผยรายงานภาพรวมการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมดของไทย

    ภาพรวมส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ม.ค.-มิ.ย. 63 มูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เผยภาพรวมการส่งออกสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับทั้งหมดของไทย ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2563 มีมูลค่า 10,077.84 ล้านดอลลาร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.09 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562


    เนื่องจากการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปเพิ่มขึ้นร้อยละ 131.18 มูลค่าส่งออกไปยังตลาดหลัก เช่น สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ และฮ่องกง เพิ่มขึ้นร้อยละ 84.97 โดยประเทศไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ เนื่องจากผู้ส่งออกมีความเข้าใจตลาด และผู้ค้าในตลาดโลกรู้จักไทยมากกว่าคู่แข่ง และนับเป็นตลาดค้าพลอยสีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งช่างมีฝีมือไทยประณีตในการออกแบบ และขึ้นรูปเครื่องประดับ

    อัญมณีไทยถูกจริตชาวชิลีขั้นสุด นำเข้าจากไทยร้อยละ 27.50

    จากผลการสำรวจข้อมูลของสมาคมผู้ประกอบการสินค้าเครื่องประดับและอัญมณีของชิลี (Asociación Gremial Joyeros, Relojeros y Afines de Chile) ระบุว่าสไตล์ของชาวชิลีนั้น นิยมเครื่องประดับที่เรียบง่าย มีดีไซน์ไม่หวือหวา และสำหรับแหวนหมั้นนิยมเลือกซื้อแหวนที่ตัวเรือนทำจากแพลทินัม และประดับด้วยเพชรที่มีกะรัตไม่สูงนัก หรือขนาดเพชรไม่ใหญ่มากแต่มีจำนวนหลาย ๆ เม็ด (แตกต่างจากไทยที่นิยมประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่และเน้นการออกแบบที่ทันสมัยเป็นหลัก) และแหวนแต่งงานจะเป็นทองคำเกลี้ยงโดยมักจะแกะสลักชื่อบุคคลลงไปด้วย

    ส่วนข้อมูลของ World Trade Atlas รายงานว่าชิลีนำเข้าสินค้าเครื่องประดับและอัญมณี ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2563) อยู่ที่ 17.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยนำเข้าจากไทยมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 27.50 รองลงมา คือ จีน สหราชอาณาจักร อิตาลี เปรู และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ซึ่งประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งนำเข้าลำดับ 1 ของชิลี นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา

    แม้ไทยจะเป็นประเทศที่ชิลีนำเข้าเครื่องประดับและอัญมณีมากที่สุด แต่ก็ยังมีคู่แข่งด้านราคาอยู่

    แต่แม้ไทยจะเป็นประเทศที่ชิลีนำเข้าเครื่องประดับและอัญมณีมากที่สุด แต่ก็ยังมีคู่แข่งด้านราคาอยู่ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย หรืออินโดนีเซีย ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องมีกลยุทธ์ที่เข้มข้นเพื่อรักษา และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเครื่องประดับแท้ในตลาดชิลี เช่นการพัฒนาคุณภาพสินค้า การสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง รวมถึงการวางแผนเพื่อพัฒนาสินค้าสู่ตลาดระดับกลาง-บนให้มากขึ้น และพัฒนาสินค้าให้แตกต่างจากคู่แข่ง เน้นความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังสามารถอาศัยชิลีเป็นฐานในการกระจายสินค้าเครื่องประดับไปยังประเทศอื่น ๆ ในแถบลาตินอเมริกาที่มีการดำเนินการค้าภายใต้เขตการค้าเสรีกับชิลีได้ด้วย

    โดยไทยมีงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ Bangkok Gems & Jewelry Fair ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้ได้ปรับรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์เป็น Virtual Exhibition หรืองานแสดงสินค้าออนไลน์ที่ครบวงจรที่สุด ภายใต้ชื่องาน BGJF Special Edition – On Ground to Online Exhibition ในวันที่ 2-4 พ.ย. 63

    และผู้ซื้อและผู้ขายจากนานาประเทศทั่วโลกจะมาสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน หรือผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในต่างประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดและเข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active ได้ที่ Facebook Page: SMEs Pro-active by DITP สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-507-7783 และ 02-507-7786