Monday, November 30, 2020
More

    คนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่ม 2.4 เท่าใน 10 ปี คนกรุงเสี่ยงสูงเพิ่ม 1.9 เท่า

    จากการเสียชีวิตของ แชดวิก โบสแมน ผู้รับบทกษัตริย์ทีชาล่าในภาพยนตร์เรื่อง “Black Panther” ที่เสียชีวิตด้วยวัย 43 ปี โดยทวิตเตอร์ของแซดวิกรายงานว่า ได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 3 มากว่า 4 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตในระยะที่ 4 ส่งผลให้ สสส. จับตาสุขภาพคนไทย พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในรอบ 10 ปี เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า คนเมือง-กรุงเทพฯ–ภาคกลาง เสี่ยงเสียชีวิตสูงสุด เผยกินผัก-ผลไม้ 400 กรัม/วัน ธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยลดเสี่ยง แพทย์ชี้สาเหตุเกิดจาก “พันธุกรรม-พฤติกรรม-โรค” แนะปรับพฤติกรรมการกิน ตรวจคัดกรองก่อนเกิดอาการ

    คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้น 2.4 เท่า ทั้งเพศหญิงและชาย

    ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลของรายงานจับตาพฤติกรรมสุขภาพคนไทย หรือ ThaiHealth Watch ร่วมกับ สำนักงานระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ รวบรวมสถิติสถานการณ์สุขภาพคนไทย 10 ปีย้อนหลังรายเขตสุขภาพ ระหว่าง พ.ศ. 2552–2561 พบว่า คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้น 2.4 เท่าทั้งเพศหญิงและชาย


    โดยในปี 2552 อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเพศชาย อยู่ที่ 3.6 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 8.9 คนต่อแสนประชากรในปี 2561 เช่นเดียวกับเพศหญิง ในปี 2552 อยู่ที่ 2.8 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 คนต่อแสนประชากรในปี 2561

    คนเมืองมีความเสี่ยงสูงสุด โดยเฉพาะในเขต กทม. เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า

    ที่น่าสนใจคือคนในเขตเมืองมีแนวโน้มเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้สูงขึ้น โดยเฉพาะในเขต กทม. ที่มีจำนวนมากที่สุด 15.1 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าในรอบ 10 ปี ตามด้วยภาคกลาง 10.2 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า

    ปรับพฤติกรรมการกิน และออกกำลังกาย ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

    ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ จากรายงาน Food and Agriculture Organization and the World Health Organization (FAO/WHO) พบว่า การบริโภคผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 400-600 กรัม ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

    โดยรายงานวิจัยด้านอาหารโภชนาการและการออกกำลังกายกับการป้องกันมะเร็ง (The Continuous Update Project : CUP) ปี 2561 พบความสัมพันธ์ระหว่างธัญพืช ผัก และผลไม้ต่อความเสี่ยงของมะเร็ง พบว่า การบริโภคพืชที่เรียกว่า “โฮลเกรน” หรือธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ นอกจากนี้การออกกำลังกายจะช่วยระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

    3 สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

    รศ.นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร อาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากความผิดปกติของผนังลำไส้ใหญ่ เกิดได้ทั่วไปในคนธรรมดา แต่มี 3 สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค คือ

    1. พันธุกรรม อาทิ ยีนผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง
    2. พฤติกรรมเสี่ยง อาทิ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีกิจกรรมทางกาย และการรับประทานอาหารบางชนิด
    3. โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคนไทยที่เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า มาจากพฤติกรรมมากกว่าพันธุกรรม

    สำหรับประเทศไทยพบแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมืองมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่คล้ายตะวันตก ผักน้อย เน้นเนื้อ และมีไขมันสูง รวมถึงภาวะอ้วน จึงควรเพิ่มการรับประทานผัก ลดการกินเนื้อแดง และปิ้งย่าง

    มะเร็งลำไส้ใหญ่ เจอเร็วสามารถรักษาให้หายได้

    นอกจากนี้ รศ.นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร ยังเปิดเผยว่า ก่อนที่มะเร็งจะกลายพันธุ์มาจากติ่งเนื้อในลำไส้ใช้เวลาหลายปี จึงเป็นช่วงที่แพทย์และผู้ป่วยอยากตรวจเจอให้เร็วที่สุด เพราะสามารถรักษาให้หายได้ แต่การเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงต้นอาจจะไม่แสดงอาการ มีเลือดออกปนกับอุจจาระก็อาจจะไม่สังเกตเห็น หรือบางกรณีก็ไม่มีเลือดออกจึงรู้ตัวเมื่อมีอาการเมื่อช่องลำไส้ตีบลง เมื่อถึงระยะนี้ก็จะรักษาให้หายยาก แนะนำให้ตรวจคัดกรองก่อนมีอาการ ซึ่งมีอยู่ 3 ทางเลือก คือ 1. การตรวจอุจจาระเพื่อหาสารปนเปื้อนหรือเลือด ซึ่งวิธีนี้ทาง สปสช. มีโครงการสุ่มตรวจประชาชนเพื่อคัดกรองมะเร็งแล้ว 2. การส่องกล้องเพื่อดูและตัดติ่งเนื้อ และ 3. การทำ CT Scan พิเศษส่วนลำไส้