Saturday, November 28, 2020
More

    ลอจิสติกส์พร้อมรองรับการลำเลียงวัคซีนโควิด-19 คาดปลายปีจะขนส่งกว่า 1 หมื่นล้านโดสทั่วโลก

    บริษัทให้บริการขนส่ง เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตด้านภัยสุขภาพในอนาคต ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นครั้งแรกในไตรมาสสุดท้ายของปี 63 ถือเป็นความท้าทายของผู้ให้บริการลอจิสติกซ์ ในเตรียมจัดระบบซัพพลายเซนเพื่อขนส่งวัคซีนที่คาดว่าจะมีจำนวนกว่า 1 หมื่นล้านโดส

    ลอจิสติกส์เพิ่มศักยภาพในการขนส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 และรักษาประสิทธิภาพของวัคซีน


    การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลายประเทศได้พัฒนากันอย่างรวดเร็ว ซึ่งวัคซีนบางประเภทจำเป็นต้องจัดเก็บในอุณหภูมิที่การกำหนดอย่างเคร่งครัด (ต่ำกว่า – 80 องศา) เพื่อคงประสิทธิภาพในระหว่างการขนส่งและเก็บรักษาที่คลังสินค้าจากทั่วไปที่ระบบซัพพลายเชน เพื่อให้ทางการแพทย์สามารถจัดระบบขนส่งและควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งที่ 2 – 8 องศาได้ อุตสาหกรรมลอจิสติกส์จึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับความท้าทาย ในการเตรียมการขนส่ง และต้องคลอบคลุมความสามารถการขนส่งทั่วโลก คิดเป็นการจัดส่งซิปเมนต์บนพาเลทกว่า 200,000 พาเลท จัดส่งในกล่องควบคุมความเย็นกว่า 15 ล้านกล่อง และขนส่งผ่านเครื่องบินขนส่งสินค้ากว่า 15,000 เที่ยวบิน

    ความต้องการเครื่องมือทางการแพทย์ถือเป็นความท้าทายใหม่ของระบบลอจิสติกส์

    ความต้องการอุปกรณ์การแพทย์พุ่งสูงขึ้น จากข้อมูลของยูนิเซฟ พบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟสรรหาหน้ากากอนามัยและถุงมือที่ใช้สำหรับการแพทย์มากกว่าปี 2562 ถึง 100 เท่า และนี้กลายเป็นภารกิจสำคัญในการรับมือโรคระบาดใหญ่สำหรับภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข ซึ่งความท้าทายมีทั้งในเรื่อง ลอจิสติส์ขาเข้าเนื่องจากโรงงานผลิตกระจุกตัวอยู่ในแหล่งเดียว พื้นที่ขนส่งทางอากาศ และการตรวจสอบคุณภาพระหว่างการนำเข้าประเทศในอนาคต สำหรับการเตรียมกลยุทธ์และโครงสร้างการจัดการวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ครอบคลุมจะช่วยสร้างอุปทานการแพทย์ที่แข็งแกร่งได้ จากรายงานการศึกษาระบุว่ากลยุทธ์และโครงสร้างดังกล่าวจำเป็นต้องตั้งขึ้นมาจากหน่วยงานรัฐบาล

    กรอบความร่วมมือ เพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของลอจิสติกส์เพื่อการขนส่งทางการแพทย์

    รายงานการศึกษาเรื่องการปรับตัวของลอจิสติกส์ในวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปรับตัวสำหรับการขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ามกลางภาวะโรคระบาด ซึ่งจำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากทางหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐ องค์กรไม่แสวงผลกำไร รวมถึงอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ความร่วมมือนี้จะช่วยกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมให้ระบบซัพพลายเชนแข็งแกร่งและปลอดภัยมากที่สุด กรอบความร่วมมือหมายรวมถึง เครือข่ายความร่วมมือ โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่แข็งแรง ด้านลอจิสติกส์และความโปร่งใสของซัพพลายเชนผ่านระบบไอที