Sunday, June 23, 2024
More

    Weed Review พร้อมมอบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กัญชา เพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง รับผิดชอบต่อสังคม

    หลังจากกัญชาถูกปลดออกจากกลุ่มสารเสพติดเป็นที่เรียบร้อย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2565 จนถึงตอนนี้ ก็เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีบริบูรณ์แล้ว ซึ่งหลังจากผ่านการปลดล็อก ก็มีการใช้กัญชาอย่างเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น มีการปลูกได้อย่างเปิดเผย มีผู้ผลิตกัญชาเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน แต่นั่นก็เป็นเหมือนกับดาบ 2 คม เนื่องจากกัญชาได้ถูกนำไปใช้งานผิด ๆ จากผู้ที่ยังไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับกัญชา ส่งผลให้กระแสของกัญชาในตอนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ด้านอย่างชัดเจน

    เพื่อช่วยป้องกันการใช้กัญชาโดยประมาท ขาดความรู้และความรับผิดชอบจนส่งผลกระทบในแง่ลบ กลุ่มผู้มีความรู้และใส่ใจในเรื่องการใช้กัญชาอย่างมีความรับผิดชอบได้เปิดตัวเว็บไซต์ Weed Review เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง โดยมีการนำผลิตภัณฑ์กัญชาต่าง ๆ มารีวิวอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้ใช้กัญชาได้ความรู้เกี่ยวกับกัญชามากยิ่งขึ้น เนื่องจากจุดยืนของ Weed Review คือการส่งเสริมอุตสาหกรรมกัญชาให้เติบโตในแนวทางที่ถูกต้อง พร้อมกับสร้างค่านิยมการใช้กัญชาที่ถูกต้องในประเทศไทยอย่างยั่งยืน


    Weed Review กับความห่วงใยต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์กัญชาโดยขาดความเข้าใจ

    ต้องยอมรับว่าในเวลานี้ นอกจากข่าวดีเกี่ยวกับการนำกัญชามาเพื่อใช้ในการแพทย์แล้ว ก็ยังมีข่าวในแง่ร้ายในหลาย ๆ แง่มุมที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกัญชานั้นยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็น สถิติผู้ป่วยที่ประสบปัญหาติดกัญชาเพิ่มมากขึ้น ข่าวการใช้กัญชาในเด็กวัยเรียน , และปัญหาการจำหน่ายกัญชาในพื้นที่ใกล้สถานศึกษา จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสตีกลับมากมายต่อการใช้กัญชา

    ซึ่งทำให้ Weed Review นั้นอยากเปลี่ยนแปลงค่านิยมการใช้กัญชาใหม่ ๆ ปรับความเข้าใจในส่วนของการใช้กัญชาให้ถูกต้อง เพื่อให้กัญชาได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อผู้ใช้ และส่งเสริมธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาให้เติบโตไปสู่ระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    มุมมองของกัญชาในทางการแพทย์ แง่มุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

    ถึงแม้ข่าวเกี่ยวกับการใช้กัญชาอย่างผิดวิธีจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลับกันในมุมมองทางการแพทย์ ในตอนนี้ก็มีการนำกัญชาเข้ามาใช้กันแพร่หลายมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่กัญชานั้นเป็นเพียงศาสตร์ทางเลือกเท่านั้น แต่ในตอนนี้ในหน่วยงานรัฐหลาย ๆ แห่งก็เริ่มนำเอากัญชาเข้ามาใช้รักษาโรคต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น มีการวิจัยสารต่าง ๆ ภายในกัญชาเพื่อใช้รักษาโรคต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น

    แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่แง่มุมทางการแพทย์ของกัญชานั้นถูกนำเสนอออกสู่สายตาประชาชนน้อยเกินไป ซึ่งทำให้ทาง Weed Review ต้องการที่จะเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง บอกเล่าข้อดีต่าง ๆ ของกัญชาให้มากยิ่งขึ้น โดยต่อจากนี้จะเป็นตัวอย่างการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์

    ลดอาการไมเกรนเรื้อรัง

    “ไมเกรน” ถือว่าเป็นโรคยอดนิยมหลังจากเข้าสู่วัยทำงาน เนื่องด้วยความเครียดที่ต้องประสบพบเจอในทุก ๆ วันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตัวเลขของผู้ป่วยไมเกรนนั้นมีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้คุณภาพชีวิตนั้นแย่ลงเรื่อย ๆ จนอาจตามมาด้วยโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ

    ในส่วนของการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคไมเกรนนั้น พบว่าสามารถช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ถึง 43.5% แถมยังช่วยลดโอกาสเกิดการกำเริบแบบเฉียบพลันให้น้อยลงกว่า 6 ครั้งต่อเดือน สำหรับผู้ที่เกิดอาการปวดหัวอยู่เป็นประจำ เนื่องจากสาร CBD และ THC ในกัญชา สามารถใช้ทดแทนยาที่ใช้รักษาไมเกรนโดยตรงได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะไม่ใช่การรักษาให้หายเป็นปลิดทิ้งในทันที แต่ก็ทำให้คุณภาพชีวิตนั้นดียิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

    ช่วยรักษาอาการลมชักได้เป็นอย่างดี

    นับว่าเป็นก้าวสำคัญของการแพทย์ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ ได้นำเสนอข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับการนำกัญชามาใช้เพื่อรักษาโรคลมชัก โดยมีเนื้อหาว่า “ในปี 2566 จะมุ่งเน้นการใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อการแพทย์อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการได้นำสารสกัดจากกัญชาไปใช้สำหรับการรักษาโรคลมชักที่เกิดในเด็ก ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยที่มีอาการชักรุนแรงนั้นลดลงถึง 50% พร้อมกับป้องกันอัตราการเกิดอาการชักได้ถึง 100%”

    จากหลาย ๆ งานวิจัย มีทิศทางที่ตรงกันว่า สาร CBD ภายในกัญชานั้นสามารถป้องกันโรคลมชักได้เป็นอย่างดี อาจจะดียิ่งกว่ายาทั่วไปในปัจจุบันนี้เสียอีก แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณของการใช้ คุณภาพของสารสกัด ก็เป็นปัจจัยสำคัญหากต้องการใช้เพื่อรักษาโรค ดังนั้นควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงจะเป็นการดีที่สุด

    แก้ปัญหานอนไม่หลับจากความเครียด

    การนอนถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของร่างกายมนุษย์ ผู้ที่มีสุขภาพดีจะต้องนอนหลับอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง แต่ในปัจจุบันปัญหานอนไม่หลับนั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากปัญหาหลาย ๆ อย่าง แต่สาเหตุหลักนั้นคือ “ความเครียด” การนอนไม่หลับนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของปัญหาสุขภาพ การที่ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายจะทำงานได้ผิดปกติ เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพร้ายแรงต่าง ๆ มากมาย

    แน่นอนว่าหากปัญหาของโรคเกิดจากความเครียด อย่างที่ทุกคนรู้กันเป็นอย่างดี ว่ากัญชานั้นสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเห็นผล เนื่องจากสารสกัดของกัญชานั้นสามารถช่วยเพิ่มความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผู้ที่ประสบปัญหาหลับยาก หลับไม่สนิท สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างเห็นผล ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชาสำหรับผู้นอนไม่หลับให้เลือกใช้เป็นจำนวนมาก ผู้ใช้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่วางใจได้เท่านั้น ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์การเริ่มต้นใช้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

    3 Influencer ที่เปิดโลกเรื่องของ “กัญชา” ให้กลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา”

    เนื่องจากกัญชาเพิ่งได้รับการปลดล็อคในไทยได้ไม่นาน ทำให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาอาจยังไม่ได้แพร่หลายในวงกว้างมากนัก การใช้กัญชานั้นยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนที่เคยอยู่แล้ว แต่ก็มีกลุ่มคนที่เป็น “Influencer” ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง ที่ได้นำเรื่องของกัญชามานำเสนอให้กลายเป็นเรื่องราวที่เข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนเรื่องของกัญชาที่หลายคนอาจเข้าไม่ถึง ให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ในเนื้อหาต่อจากนี้ ขอนำเสนอ 3 Influencer สายเขียวทั้งในไทยและต่างประเทศ กับมุมมองการใช้กัญชาของพวกเขา

    เอ็ดดี้ เสือร้องไห้

    เริ่มต้นกันที่ Influencer สุดอารมณ์ดี ผู้สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนคลับมาอย่างยาวนาน “เอ็ดดี้” จากช่อง “เสือร้องไห้” และ “พี่เอ็ด 7 วิ” ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เป็นผู้ชายอารมณ์ดี ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของ Amber Farm หนึ่งในฟาร์มกัญชาเพื่อการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในไทย ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ได้จากฟาร์มของพี่เอ็ดดี้นั้นมุ่งเน้นไปที่การแพทย์โดยเฉพาะ ทุกขั้นตอนการปลูกได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบออกมาจำหน่ายในท้องตลาด

    อู๊ด OHANA

    ถ้าถามถึง Influencer ในเมืองไทย ที่เข้าใกล้คำว่า “สายเขียว” มากที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “อู๊ด” หนุ่มมาดเซอร์จากแกงค์ OHANA กลุ่มเพื่อนสุดแสบ ที่มาพร้อมคอนเทนท์กวน ๆ ซึ่งนอกจากบทบาทของการเป็นยูทูปเบอร์แล้ว อู๊ด OHANA ยังมีธุรกิจสายเขียวอย่าง “OodyDude+” ร้านขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชา แต่จะมุ่งเน้นไปที่การนันทนาการเป็นหลัก สินค้าภายในร้านนั้นมีทั้งตัวกัญชาที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับการใช้งาน ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Influencer ชาวไทย ที่ลุยธุรกิจสีเขียวอย่างเต็มตัวอีกคนหนึ่ง

    Koala Puffs

    หลังจากผ่าน Influencer ชาวไทยกันไปแล้วถึง 2 ท่าน ขอปิดท้ายกันด้วย Influencer ชาวต่างชาติกันบ้าง “Koala Puffs” สาวน้อยผู้หลงใหลในกัญชา เธอนั้นมีผู้ติดตามบน Instagram สูงถึงกว่า 690,000 คน ภายในสื่อโซเชียลของเธอนั้นไม่ได้มีการโพสต์รูปไลฟ์สไตล์ทั่ว ๆ ไปเหมือนอย่าง Influencer คนอื่น ๆ แต่เธอนั้นมีแต่กัญชาเต็มไปหมด เรียกว่าเป็นสายเขียวตัวจริงเลยก็ว่าได้ โดยล่าสุดเธอนั้นได้มีผลิตภัณฑ์กัญชาเป็นของตนเองเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ชื่อของตัวเธอเองเป็นชื่อแบรนด์ สินค้าส่วนมากก็จะเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับการใช้กัญชาทุกรูปแบบ

    บทส่งท้าย

    ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะมองความรู้เกี่ยวกับกัญชาให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การใช้กัญชานั้นตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น แม้กัญชาจะถูกปลดออกจากสารเสพติดแล้ว แต่การใช้งานให้ถูกต้องนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ การใช้ควรได้รับการควบคุมอย่างถูกต้อง มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชาด้วยความรู้ความเข้าใจ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กัญชานั้นสามารถหาได้จาก Weed Review เว็บไซต์ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้กัญชาในไทย มอบความรู้ใหม่ ๆ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับกัญชาให้ประชาชนชาวไทย