Monday, September 28, 2020
More

    อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านงาน Bangkok Design Week

    สร้างความคึกคักให้กับคนกรุงอย่างมาก สำหรับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 หรือ Bangkok Design week 2020 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากผู้คนอย่างล้นหลาม แต่มากกว่านั้นคือ ได้แสดงถึงศักยภาพของกรุงเทพฯ ที่สามารถสร้างสรรค์งานยิ่งใหญ่ให้ทั่วโลกจับตา  BLT จึงมาจับเข่าคุยกับ คุณอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ผู้นำพากรุงเทพฯ สู่มหานครสร้างสรรค์

    จุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่เมือง

    จากรายงานสหประชาชาติคาดว่า ปี 2050 ประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9.7 พันล้านคน โดยสัดส่วนของประชากรที่อยู่ในเขตเมืองจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 เป็น  ร้อยละ 68 ทำให้เกิดแนวคิดการวางแผนและบริหารจัดการเมืองสมัยใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี จึงต้องส่งเสริมเมืองให้มีคุณลักษณะ “Resilience” คือมีความทนทานและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากผลกระทบต่างๆ  โดยภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองในการทำความเข้าใจ และวางแผนการพัฒนา บริหารจัดการที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมที่หลากหลาย นำไปสู่แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์


    อธิบายคำว่า “เศรษฐกิจสร้างสรรค์”

    เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการสร้างและใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา ที่เชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ของสังคม เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการผลิตสินค้าและบริการใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศได้ปรับเปลี่ยนทิศทางไปอิงกับระบบเศรษฐกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใช้ต้นทุนจากองค์ความรู้เดิมร่วมกับความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อต่อยอดและเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการเดิมที่มีอยู่ นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมหาศาล

    เม็ดเงินที่ไทยได้จากเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    ประเทศไทยในปี 2560 มูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คิดเป็น 9.1% ของ  จีดีพี หรือ 1.4 ล้านล้านบาท มีอัตราขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2553-2560 เติบโตเฉลี่ย 5.61% โดยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 3 สาขาที่มีมูลค่าสูงสุดคือ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 285,179 ล้านบาท ตามด้วย อาหารไทย 197,741 ล้านบาท และการออกแบบ 187,934 ล้านบาท

    ผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางครีเอทีฟ

    ภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พ.ศ. 2562-2565 นั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการผลักดันมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เติบโตไม่น้อยกว่า 5% ของจีดีพี CEA จึงต้องเดินหน้าผลักดันให้เกิดการพัฒนาบุคลากร การเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ธุรกิจ และการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ ซึ่งการจัดงานเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ เป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงภารกิจทั้ง 3 ด้านนี้ได้อย่างชัดเจน โดยสองปีที่ผ่านมามียอดผู้เข้าชมงานทั้งไทยและต่างประเทศรวมแล้วไม่น้อยกว่า 400,000 คน

    เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2020

    Bangkok Design Week คือเทศกาลสำคัญซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ทั้งในแง่ของการเป็นเวทีแสดงผลงานของนักออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์ กระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน ตลอดจนการสร้างเครือ-ข่ายทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกที่ขยายผลสู่ธุรกิจแวดล้อมต่างๆ เช่น การตลาด การพิมพ์ สื่อออนไลน์ แกลเลอรี ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ธุรกิจของฝาก-ของที่ระลึก ลอจิสติกส์ การท่องเที่ยว ที่พักโรงแรม และบริการขนส่งมวลชน ฯลฯ

    เล่าถึงผลตอบรับของงาน

    สำหรับปี 2020 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม เราได้เพิ่มย่านสร้างสรรค์ขึ้นอีก อย่าง สามย่าน อารีย์-ประดิพัทธ์ และทองหล่อ-เอกมัย ส่วนย่านเจริญกรุงซึ่งเป็นย่านหลักของการจัดงานที่ผ่านมาทั้งสองปี เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน อาทิ การท่องเที่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น TCDC ที่อยู่ในบริเวณเดียวกับอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย ธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย ศุลกสถาน อาคารริมน้ำเจ้าพระยาทรงนีโอคลาสสิก ที่ทำการเก็บภาษีสินค้าขาเข้า มัสยิดชุมชนฮารูณอายุกว่า 100 ปี เป็นต้น

    ทำไมเจริญกรุงถึงเป็นย่านสร้างสรรค์ในชุมชน

    การลงทุนใหม่ๆ โดยภาคเอกชนหลายรายเข้ามาลงทุนและเปิดให้บริการในย่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมบูทีคโฮเต็ล แกลเลอรีศิลปะที่มากกว่า 10 แห่ง รวมถึงพื้นที่จัดงานสร้างสรรค์อย่าง Warehouse 30 และ การเติบโตของชุมชน มีการต่อยอดของสินค้าเก่าแก่ภายในชุมชน ซึ่งได้พัฒนารูปแบบการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ ให้เหมาะกับโลกยุคใหม่มากขึ้น ให้สามารถจำหน่ายหรือสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของย่านเจริญกรุง ที่เกิดจากการเดินหน้าร่วมกันระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และผู้คนในชุมชน จึงทำให้ภาพของย่านสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์เด่นชัดมากขึ้นในทุกๆ ปี