Monday, September 28, 2020
More

    วรวุฒิ อุ่นใจ เจ้าพ่อค้าปลีกยุคบุกเบิกสู่ธุรกิจแห่งยุคอีคอมเมิร์ซ

    จากธุรกิจครอบครัวที่เป็นเพียงร้านขายเครื่องเขียนห้องแถว สู่การเป็นยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเครื่องใช้สำนักงาน คือความสำเร็จของ วรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร OfficeMate และ B2S ที่พลิกฟื้นธุรกิจครอบครัวสู่ระบบ Omni Channel คือผสมผสานช่องทางการสื่อสารผ่านออนไลน์และออฟไลน์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เปลี่ยนไป ชวนคุยกับเขาเกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกของไทยและการสร้างประสบการณ์ค้าปลีกยุคใหม่ The New Retail

    สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกไทยขณะนี้เป็นอย่างไร

    ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกในปี 2562 ไม่ค่อยสดใส ซึ่งเป็นไปตามสภาวะของเศรษฐกิจไทยชะลอตัว มีการปรับ GDP เหลือ 2.6% ลดลงจากคาดการณ์เมื่อต้นปีที่ 3.1% และสถานการณ์ค้าปลีกที่ชะลอตัวอย่างหนัก โดยเติบโตต่ำกว่า GDP ของประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักที่ทำให้ค้าปลีกตกต่ำคือ ปัญหาเชิงโครงสร้างเรื่องภาษีนำเข้า โดยไทยถือเป็นประเทศอันดันต้นๆ ของโลกที่มีการเก็บภาษีสูง อยู่ที่ประมาณ 20-40% เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ประมาณ 5-10% ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าไทยแพง ทำให้คนไทยนิยมไปชอปปิงที่ต่างประเทศและมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% คิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำถึง 1 แสนล้านบาท ขณะที่ค้าปลีกในไทยเติบโตเฉลี่ยแค่ 2%

    จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ไหม


    ไทยควรใช้ข้อได้เปรียบจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมากถึง 40 ล้านคนต่อปี ให้ซื้อสินค้าในไทยมากขึ้นแทนการต่อเครื่องไปซื้อสินค้าประเทศอื่น เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เพราะสินค้าไทยราคาแพง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงการสร้างด้านภาษี โดยเฉพาะสินค้าในหมวดไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว รวมถึงการปรับตัวเองให้เป็น Shopping for Tourists เพื่อส่งเสริมธุรกิจ SME ไทยให้มีการเติบโต ยกตัวอย่าง ญี่ปุ่น ที่แม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวเล็กก็มีการใช้ VAT Refund เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในการซื้อสินค้า

    ปี 2563 ค้าปลีกไทยจะเป็นอย่างไร

    ในปี 2563 นั้น เรียกว่าเป็นธุรกิจ 2 แสน คือ แสนสาหัสและแสนลำบาก เนื่องจากปัญหาเรื่องโครงสร้างภาษีนำเข้ายังไม่มีการแก้ไข แม้ภาครัฐจะมีมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ออกมาแต่มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ไม่ได้แก้ปัญหาที่โครงสร้าง การกระจายรายได้และความเลื่อมล้ำในธุรกิจก็ยังไม่ได้ถูกแก้ไข ตลอดจนปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยจีนได้มีการลดค่าเงินหยวนลง ส่วนภาวะค่าเงินบาทของไทยแข็งค่า จึงกระทบภาคส่งออกส่งผลให้ติดลบประมาณ 5% เพราะจีนถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญ ซึ่งเมื่อค่าเงินทำให้สินค้าไทยแพงกว่าจีนถึง 20 เท่า

    การปรับตัวของภาคเกษตรและธุรกิจในยุคออนไลน์

    ภาคการเกษตรเองก็มีปัญหาราคาตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยาง ข้าว ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ช่วยได้คือการเพิ่มมูลค่าของสินค้า เช่น การพัฒนาสินค้าเกษตรแปรรูป การผลิตถุงยางขายทั่วโลก ในส่วนของภาคธุรกิจ SME ก็ต้องมีการปรับตัวเข้าสู่ Digital Economy ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ ร้านอาหารที่ขายเฉพาะหน้าร้าน ต้องปรับไปใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น Foodpanda, LINE MAN และ Grab โดยข้อมูลของร้านที่ปรับตัวมาใช้บริการเดลิเวอรีมีรายได้เพิ่มขึ้น 7-8 เท่า ธุรกิจใดที่สามารถปรับตัวตามได้ก็จะสามารถอยู่รอด

    อธิบายคำว่า The New Retail

    The New Retail หรือค้าปลีกยุคใหม่ มีคำศัพท์มาจากอาลีบาบาก็คือการทำธุรกิจในรูปแบบ Omni Channel การขายออนไลน์อย่างเดียวคือ Single Channel การขายออนไลน์และค้าปลีกคือ Multi-Channel หากต้องการให้ธุรกิจเป็น Omni Channel ต้อง Seamless Operation and Data หมายความว่าเมื่อลูกค้าซื้อของผ่านออนไลน์ แต่ไปติดต่อข้อมูลที่หน้าร้าน ผู้ขายต้องให้ข้อมูลและบริการได้โดยต้องมี Data Base ร่วมกัน หากผู้ประกอบการสามารถบริหารในธุรกิจค้าปลีก 150 สาขาเชื่อมโยงกับข้อมูลเว็บไซต์ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะประสบความสำเร็จในการทำ Omni Channel แต่การทำธุรกิจค้าปลีกให้เป็นรูปแบบ Omni Channel ยังทำได้ยาก ธุรกิจที่ทำแล้วประสบความสำเร็จคืออาลีบาบาและอเมซอน เพราะสิ่งสำคัญที่ธุรกิจยังขาดคือ Data Base ซึ่งฝั่งธุรกิจออนไลน์ทำง่ายกว่า

    เล่าถึงการปรับตัวของ OfficeMate และ B2S

    ในส่วนของ OfficeMate มีการปรับตัวล่วงหน้ามาหลายปี โดยใช้โมเดลธุรกิจ Omni Channel Franchise ขยายสาขาโดยสร้างแฟรนไชส์ในแบบ Omni Channel คือ แม้จะเปิดแฟรนไชส์ขนาดเล็ก มีสินค้า 300 SKU (Stock Keeping Unit) ก็สามารถขายสินค้าได้เหมือนคลังสินค้าที่มีขนาด 30,000 SKU ได้ เพราะแฟรนไชส์ก็ขายออนไลน์ได้ด้วย ส่วน B2S ได้พัฒนาโซน Think Space เน้นให้ผู้บริโภคได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีการเพิ่มพื้นที่ Play and Learn การขายของแบบ Activity เช่น ขายบอร์ดเกม เวิร์คช็อป สอนเล่นบอร์ดเกม เพิ่มความน่าสนใจของสินค้า ซึ่งการปรับตัวทำให้ B2S มีการเติบโตกว่า 10% ท่ามกลางธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่หดตัว ทั้งนี้การขายสินค้าต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและทำให้ธุรกิจดำเนินกิจการต่อไปได้