Saturday, August 8, 2020
More

    3 พี่น้องที่พลิกโรงงานรองเท้า “บักเซ้ง” ของครอบครัว สู่แบรนด์เครื่องหนังแฮนด์เมดแบบ Handcrafted

    BLT ชวนคุยกับสามพี่น้องทายาทรุ่นสามของโรงงานผลิตรองเท้าหนังและเครื่องหนัง “Wagon Way” ที่มีอายุกว่า 70 ปี ตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 “บักเซ้ง” สู่การต่อยอดงานเครื่องหนังแฟชั่นสองแบรนด์ “31 Thanwa” และ “Youngfolks” คุณสงค์-ประสงค์ วิทยสัมฤทธิ์ พี่ชายคนโต อายุ 41 ปี, คุณเม้ง-ประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ พี่ชายคนกลาง อายุ 39 ปี และ คุณเก๋-บุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ น้องสาวคนเล็ก อายุ 34 ปี


    เปิดใจเจาะลึกถึงเบื้องหลังการสืบทอดกิจการของอากง ชุบชีวิตโรงงานรองเท้าหนัง 70 ปี สู่งานแฟชั่นยุคใหม่ พร้อมคุยถึงภาวะวิกฤตโควิด-19 ว่ารับมืออย่างไรกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งการดูแลผลประกอบการและรับผิดชอบพนักงานทุกชีวิตให้ยังก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน

    Highlights

    – Wagon Way คือโรงงานผลิตรองเท้าและเครื่องหนังมากว่า 70 ปี ที่ใช้องค์​ความรู้และความเชี่ยวชาญในงานฝีมือ Handcrafted
    – 31 Thanwa แบรนด์กระเป๋าไฮเอนด์ ที่ทุกใบถูกทำด้วยมือจากอาจารย์ช่างฝีมือ ใบต่อใบ คนต่อคน
    – Youngfolks แบรนด์รองเท้ายูนิเซกส์ ทุกคน ทุกความสัมพันธ์สามารถใส่ได้หมด
    – นางแบบนายแบบของ Youngfolks และ 31 Thanwa คือคนในครอบครัว ไม่ใช่เซเลปดาราดัง
    – นำรายได้ 31% จาก 31 Thanwa ช่วยวิกฤตโควิด-19 ใน 8 โรงพยาบาล

    ล่องเรือจากจีนเข้าไทย เริ่มต้นอาชีพช่างทำรองเท้าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

    เก๋-บุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ ทายาทรุ่นสามของโรงงานผลิตรองเท้าและเครื่องหนัง Wagon Way หัวหอกหลักในการสานต่อกิจการครอบครัว เล่าให้ฟังว่า “ธุรกิจที่บ้านเริ่มจากอากงเป็นรุ่นแรก รุ่นสองคืออาป๊า และพวกเรารุ่นหลาน เป็นรุ่นสาม โดยสมัยอากงเริ่มจากหอบเสื่อผืนหมอนใบเข้ามาตั้งรกรากในกรุงเทพฯ ไม่มีทุนใดๆ เลย อากงเริ่มทำอาชีพทำรองเท้าให้ทหารญี่ปุ่น เป็นยุคที่ทหารญี่ปุ่นเข้ามาในเมืองไทย อากงก็เริ่มทำอาชีพนี้ด้วยมือตัวเองล้วนๆ เป็นงานแฮนด์เมดที่แท้จริง ด้วยความที่สมัยนั้นเครื่องจักรไม่มี ไม่มีเครื่องทุ่นแรงใดๆ ทุกอย่างต้องประกอบด้วยมือ อาป๊าเคยเล่าให้ฟังว่า แม้แต่ต้องคาบตะปูไว้ที่ปากเพื่อดึงเชือกให้ตึงก็ทำมาแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราเรียนรู้จากอากงคือ การทำงานด้วยมือที่ส่งจากรุ่นสู่รุ่น”

    แต่เดิมร้านรองเท้าชื่อ “บักเซ้ง” เป็นชื่อของอากง ต่อมารุ่นอาป๊า ก็เริ่มทำส่งออกไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง ยูเออี อเมริกา ซึ่งก็จะมีเครื่องจักรเข้ามาช่วยมากขึ้น สมัยอาป๊าจะเน้นส่งออก จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อโรงงานว่า Wagon Way

    ครอบครัวไม่ใช่แค่พ่อแม่ลูก แต่เป็นทุกคนในโรงงาน

    เมื่อมาถึงยุคของสงค์ เม้ง เก๋ สามพี่น้องวิทยสัมฤทธิ์ จึงเกิดความคิดสานต่อกิจการต่อหลังจากเข้าใจว่าทำไมอาป๊าถึงทำงานหนักจนป่วยเข้าโรงพยาบาล

    “พอมาถึงยุคเรา ด้วยความที่เราสามคนพี่น้องต่างคนต่างมีความชอบก็ไปทำอาชีพอื่น ยึดตัวเองเป็นหลัก เพราะอาป๊าก็สืบทอดอาชีพของอากงอยู่แล้ว แต่พออาป๊าป่วยเข้าไอซียู พวกเราก็กลับมาคิดว่า ทำไมอาป๊าต้องทำงานหนักขนาดนี้ ทำไมปล่อยให้ตัวเองเป็นหนักขนาดนี้ พอเราถามอาป๊าเขาก็ตอบกลับมาว่า “ที่ทำทั้งหมดนี้เพื่อครอบครัว” พอเราได้ยินก็ตอบกลับไปว่า “พวกเราสามคนเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว ป๊าจะห่วงอะไรอีก” แต่อาป๊าตอบกลับมาว่า “ครอบครัวป๊าคือทุกคนในโรงงาน เราอยู่ได้พวกเขาก็อยู่ได้”

    นี่คือประโยคที่กินใจสามพี่น้องทายาทรุ่นสามตระกูลวิทยสัมฤทธิ์ ทำให้พวกเขารู้ว่าที่ผ่านมา อากงกับอาป๊าทำงานหนักก็เพื่อให้พวกเขาพี่น้องได้สุขสบาย น่าจะถึงเวลาแล้วที่ควรทำอะไรเพื่ออากงและอาป๊าบ้าง จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้สามพี่น้องกลับมารวมตัวกันใหม่ กลับบ้าน พัฒนาสิ่งที่อากงและอาป๊าสร้างขึ้นมา

    จากช่างทำรองเท้ามาทำกระเป๋าพรีเมียม

    ด้วยความที่เก๋-บุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ น้องสาวคนเล็ก เรียนจบจากสถาปัตยกรรม จุฬาฯ จึงอินกับเรื่องงานออกแบบมาก ก็เลยเริ่มจากทำกระเป๋าก่อน เพราะอินกับกระเป๋ามากว่ารองเท้า เกิดเป็นแบรนด์กระเป๋า 31 Thanwa ขึ้นมา

    แต่ก็มีคำครหาจากรอบข้างว่า “บ้านลื้อทำรองเท้ามา 70 ปี แต่ทำไมอาหมวยนี่โดดมาทำกระเป๋า” นี่คือเสียงจากคนรอบข้าง แต่เธอก็สามารถพาแบรนด์ 31 Thanwa ก้าวมาไกลกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

    “ด้วยความที่เรามีความเชื่อและองค์ความรู้ด้านนี้มากว่า 70 ปี ก็คิดว่าเราจะจำกัดแค่รองเท้าทำไม เพราะเครื่องหนังสามารถทำอย่างอื่นได้ ทั้งกระเป๋าและเครื่องประดับอื่นๆ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนปัจจุบัน เราเชื่อว่าแต่ละยุคก็จะมีความแตกต่างกัน อย่างยุคอากง คือยุคแฮนด์เมด ยุคอาป๊า คือยุคส่งออก ส่วนยุคเรา คือยุคแบรนด์ ที่จะบอกคุณค่าของแบรนด์ได้ดีที่สุด เราจะบอกเสมอว่า 31 Thanwa ไม่ใช่แบรนด์ที่เลิศที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่ทำจากช่างทำรองเท้า ใช้เทคนิคทุกอย่างในการทำรองเท้ามาทำกระเป๋า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 31 Thanwa นี่คือองค์ความรู้ คือภูมิปัญญา เพื่อให้คนรุ่นใหม่ซึมซับเรื่องราวนี้ ซึ่งถือเป็นสตอรี่เทลลิ่งที่เพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ ติดตลาด เราทำแบบไหนก็เล่าเรื่องแบบนั้นเลย “

    จาก 31 Thanwa งานศิลปะไฮเอนด์ สู่ Youngfolks รองเท้ายูนิเซกส์

    นอกจากแบรนด์กระเป๋าพรีเมียมที่ออกมาอวดโฉมในวงการแฟชั่นและอยู่ตัวมากว่า 5 ปี ทั้งสามคนจึงต่อยอดงานรองเท้าเพื่อให้อาป๊าได้เห็นว่าในยุคของเจนใหม่ธุรกิจจะเติบโตไปอย่างสวยงามอย่างไร จึงเกิดเป็นแบรนด์ Youngfolks ขึ้น

    “แบรนด์ Youngfolks ค่อนข้างเป็นคาแรกเตอร์ของสามพี่น้อง เป็นแนวทางของยูนิเซกส์ คือเราต้องการให้ทุกๆ คน ทุกๆ ความสัมพันธ์สามารถใส่ได้หมด เดินได้ไปพร้อมๆ กัน”

    ถ้าเปรียบเทียบเป็นสามเหลี่ยม ฐานข้างล่างคือ Wagon Way เป็นดั่งน้ำเลี้ยงที่หล่อเลี้ยงพวกเราอยู่ ถัดมาไส้กลางคือ Youngfolks ที่เข้าใจเข้าถึงทุกเพศทุกวัย ราคาจับต้องได้ 2,000-4,000 บาท และบนสุดคือ 31Thanwa เป็นไฮเอนด์ที่สุด ทำน้อยชิ้นที่สุด แต่เป็นงานศิลปะ คืออาจารย์หนึ่งท่าน ทำกระเป๋าหนึ่งใบ เพื่อมอบให้หนึ่งคน”

    “ในทุกแบรนด์จะซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน คือถ้าวันหนึ่งอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง คนก็จะไม่ซื้อของไฮเอนด์ก็จะมาซื้อ Youngfolks หรือวันหนึ่งคนอยากได้งานศิลปะแบบพรีเมียม ก็จะมาจับต้อง 31 Thanwa หรือการที่บางคนอยากสร้างแบรนด์ตัวเอง ก็มาจ้าง Wagon Way ได้ “

    แฟชั่นยุคนี้ไม่ใช่ใส่แค่สวย แต่ใส่แล้วต้องสร้างคุณค่าด้วย

    ในช่วงวิกฤตโควิด-19 หลากหลายธุรกิจได้รับผลกระทบ ทั้งต้องเลิกกิจการ และลดพนักงานลง กิจการของผลิตรองเท้าหนังและเครื่องหนังเป็นอย่างไรบ้าง

    “ในส่วนของ Wagon Way ยังมีลูกค้ามาจ้างผลิตอยู่ แต่มีบางเจ้าที่น้อยมากๆ ลดการผลิตไป ส่วนผลกระทบในแง่โรงงาน ทำให้เราต้องพัฒนาระบบมากขึ้น ทั้งสุขภาวะ ความสะอาด ความปลอดภัย เพราะเราอยู่แบบโรงงาน หากมีคนติดคนหนึ่งก็อาจลามไปทั่วได้ ด้วยเนเจอร์ของช่าง เขาอาจอยู่แบบสุขลักษณะที่ไม่ได้ดี 100% ผิดถูกบ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราจะพัฒนาต่อไป ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะต่อให้พ้นโควิดไปแล้ว เราก็จะยังยึดระบบนี้ต่อไป สำหรับผลกระทบจากลูกค้าที่ลดการผลิตไป เราก็ต้องมาคิดว่าจะทำอะไรเพิ่ม เพื่อไม่ให้รายได้ตรงนี้หายไป”

    “ส่วน Youngfolks โชคดีที่กลุ่มลูกค้าคือยี่สิบปลายๆ ถึงสามสิบปลายๆ ที่เขายังอยากชอปปิง อย่างที่เราไปโพสต์ในกลุ่ม “จุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส” ก็มีออเดอร์เพิ่มเข้ามา เพราะวัยรุ่น วัยทำงานยังพร้อมที่จะจ่าย สินค้าของเราไม่ใช่ Fast Fashion ดังชั่วข้ามคืน ที่พอดาราหรือเซเลปใส่ปุ๊ปคนก็จะหาไปซื้อมาใส่ตาม แต่แบรนด์ของเราทั้ง Youngfolks และ 31 Thanwa เราใช้มาร์เก็ตติ้งแบบเลือกเชื่อในคุณค่าของแบรนด์ เน้นขายสตอรี่เทลลิ่ง ยิ่งเมื่อเป็นยุคออนไลน์ คนก็จะเข้าไปอ่านมากขึ้น อย่างช่วงโควิดที่ทุกคนพักอยู่บ้านก็ยิ่งมีเวลามากขึ้น มีเวลาอ่าน มีเวลาคิด เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ต่อคุณค่าในใจตัวเอง”

    เก๋-บุณยนุช ย้ำว่า “เมื่อก่อนสินค้าแฟชั่นอาจจะเลือกเพราะสวย ใส่แล้วสวย แต่ยุคนี้ ไม่ใช่แค่นั้น ซื้อมาใส่สวย แล้วต้องมีคุณค่าต่อใจตัวเองด้วย หรือสร้างคุณค่าให้กับใครได้บ้าง ทำให้ Youngfolks และ 31 Thanwa มีลูกค้าเพิ่มขึ้นในช่วงนี้”

    “ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการขายออฟไลน์ เรามีลูกน้องที่ต้องดูแลในสถานการณ์ที่ทำให้เขาตกงาน เพราะหน้าร้านปิด จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเข้าไปโฟกัสว่าเขาจะอยู่อย่างไร ทั้งอาหารการกิน รวมถึงเงินเดือนที่จะทำอย่างไรให้เขาได้เท่าเดิม เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะทิ้งกันก็เป็นไปไม่ได้ เราต้องกลับมาเซ็ตแบ็คใหม่ว่าแบรนด์จะเติบโตอบ่างไร”

    ในภาวะวิกฤตไม่มีใครตกงาน-ถูกลดเงินเดือน

    “เราถูกอาป๊าสอนว่า ทุกคนคือครอบครัวของเรา ก็เห็นเหมือนกันว่าในวิกฤตนี้ บางโรงงานปิดกิจการไปเลย บางโรงงานเลย์ออฟพนักงาน ให้ลูกน้องออก แต่สำหรับเรา เรารู้สึกว่าต้องขอบคุณพวกเขาด้วยซ้ำ เพราะที่มีเราอยู่จนถึงทุกวันนี้เพราะการทำงานของพวกเขา”

    ทายาทรุ่นสามวิทยสัมฤทธิ์ย้ำว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้พวกเขาอยู่รอดต่อไปได้ดีที่สุด แม้อาจจะได้กำไรน้อยลง แต่นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเขาอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ เมื่อสถานการณ์กลับมาดีขึ้น เราก็ยังมีคนที่รักเราอยู่ข้างๆ พร้อมที่จะก้าวไปพร้อมกัน เพราะหากให้เขาออก แล้วพอสถานการณ์กลับมาดีขึ้น ก็ต้องจ้างคนใหม่ แล้วก็ไม่รู้ว่าคนใหม่นั้นจะดีหรือเปล่า ก็เหนื่อยเราอีก”

    “สิ่งหนึ่งที่โควิดมีให้เราคือ ทำให้เราสามพี่น้องนั่งกลับมาคิดทบทวนกันอีกครั้งว่าแบรนด์เราคืออะไร จะขายอะไร เพื่อที่สุดท้ายแล้ว เราก็ยังยืนยันในความเชื่อนี้อยู่ว่าเราทำมาถูกทางแล้วและจะต่อยอดให้ยั่งยืนต่อไป”

    ทำธุรกิจอย่างไรให้ยั่งยืน

    ในวงการแฟชั่นหากไม่ใช่คนมีชื่อเสียงหรือดาราดัง ธุรกิจอาจไม่ก้าวไกลได้ แต่ไม่ใช่สำหรับ Youngfolks และ 31Thanwa

    “เราสามคนพี่น้องคุยกันตั้งแต่ต้นว่า เราไม่ได้เก่ง ไม่ใช่เซเลป ดารา เพราะวงการแฟชั่นไทย ถ้าคุณรู้จักเซเลป ส่งของให้เขาถ่ายรูป แป๊บเดียวฟอลโล่เวอร์เพิ่มแน่นอน แต่เราเป็นคนธรรมดา ก็ทำโมเดลออกมาแบบบ้านๆ แบบเราๆ แต่มีคุณค่าในตัวเอง”

    “ถ้าเข้าไปดู lookbook ของ Youngfolks และ 31Thanwa จะเห็นว่า นางแบบนายแบบคือพวกเราเองในครอบครัว จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์และมีคนแชร์ว่าแบรนด์นี้น่ารัก บางครั้งที่ไปงานแฟร์ ออกบูธต่างๆ ก็จะมีลูกค้าเข้ามาทักว่า “วันนี้คุณแม่ไม่มาเหรอค่ะ ติดตามคุณแม่มาตลอดเลย” เพราะคุณแม่เป็นนางแบบให้ หรือบางคนก็ฝากความคิดถึงถึงคุณพ่อ เพราะลูกค้าได้ติดตามเรื่องราวของแบรนด์เรา ครอบครัวเรา มีคอนเท้นท์ใหม่ๆ ให้เขาสนใจ ยิ่งช่วงโควิดก็มีลูกค้าเข้ามาทักว่า ที่ซื้อแบรนด์นี้เพราะเห็นคุณค่าในตัวแบรนด์ รู้ว่าทำเพื่อคนที่รักจริงๆ

    เป็นนักธุรกิจที่นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร.9 มาใช้

    “แบรนด์ 31 Thanwa และ Youngfolks เราน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 และเก๋เองก็เป็น พอแล้วดี TheCreator (โครงการพอแล้วดี : เป็นนักธุรกิจที่นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้มาปรับใช้กับธุรกิจตัวเอง และสร้างให้สังคมเกิดความยั่งยืน) โดยนำหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข (ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) มาประยุกต์ใช้”

     ห่วงแรก “รู้จักตน”

    เราคุยกันในทีมเราไม่อยากเป็นแบรนด์ FASHION ที่ตายไปในวิกฤตครั้งนี้ เราไม่อยากทำผ้าปิดปาก ขายแอลกอฮอล์ เพราะมันไม่ใช่เรา และเราไม่ถนัด ให้คนอื่นๆ ที่เค้าถนัดได้ลงมือทำ มีช่องทางทำมาหากินดีกว่าและเราทำอะไรได้?

    เราก็ยังทำในสิ่งที่เราเชื่อเสมอ เราเชื่อว่า ONE is ENOUGH to EMPOWER YOU “กระเป๋าใบเล็กๆ ของพวกเรานี้ มันจะเป็นสะพานเชื่อมสองหัวใจเข้าด้วยกัน ระหว่างอาจารย์ช่างฝีมือและลูกค้า ให้เขาได้รับและสร้างคุณค่าให้แก่กันและกัน

    เพราะกระเป๋า 1 ใบ ถูกทำโดยอาจารย์ช่างฝีมือ 1 ท่าน มอบให้กับผู้หญิง 1 คนถ้าเราไม่สร้างคุณค่าและแง่งามในเวลานี้ แล้วจะทำเวลาไหน การตอกย้ำเรื่องราวและสร้างความเชื่อมโยงให้เกิดขึ้นนี่ล่ะ คือ หัวใจของเรา

    ห่วงที่ 2 ” มีเหตุและผล”

    ณ เวลานี้ ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป และ มีรายละเอียดมากขึ้น ลูกค้าไม่ได้มองหา FASHION ที่ MAKE A STATEMENT แต่มองหา FASHION ที่ MEANINGFUL STATEMENT มันต้องมีคุณค่ามากกว่ามาแล้วไปใช้แล้วทิ้ง ไม่ใช่แค่สวยอยู่บ้าน แต่ใช้แล้วรู้สึกสวยที่ได้ทำอะไรดีๆให้ตัวเอง ให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

    แทนที่เราจะลุกขึ้นมาขายของตามกระแส เราก็ขายของในแบบของเรานี่ล่ะ เราเชื่อว่า FASHION มันคือ คุณค่าของชีวิต ชีวิตของคนทำ และ ผู้รับ ทำให้ทุกคนได้เห็น กว่าจะมาเป็นกระเป๋าสักหนึ่งใบมันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะอาจารย์แต่ละท่าน กว่าจะก้าวมาเป็นอาจารย์ช่างฝีมือ ชีวิตมันไม่ง่ายเลย มันผ่านอุปสรรคมามากมาย จนกว่าจะมีวันนี้ จนกว่าจะมาเป็นกระเป๋าใบนี้

    คุณดีใจ เราชื่นใจ อาจารย์ก็ภูมิใจ เรื่องราวและแรงบันดาลใจดีๆ จากอาจารย์แต่ละท่านที่ใส่ลงไปในกระเป๋าแต่ละใบ ทำให้เราได้รับข้อความที่น่าชื่นใจจากลูกค้าในช่วงนี้เสมอๆ

    ห่วงที่ 3 “ภูมิคุ้มกัน”

    เราไม่อยากเป็นแบรนด์ FASHION ที่เป็นเพียงผู้รอด แต่เราอยากให้ทุกคนเห็นว่า FASHION มีพลังและคุณค่ามากกว่านั้น และเพียงพอที่จะลดความเห็นแก่มี บริโภคเกินพอดี เป็นความพอดีที่พอจะแบ่งปันและลุกขึ้นมาสร้างอะไรดีๆ ให้กับสังคมได้บ้าง เพราะเราเชื่อเสมอว่า ทุกๆ คนต่างเป็นภูมิคุ้มกันให้กันและกัน มันถึงจะแข็งแรงและยั่งยืน

    แบ่งปันให้ทุกชีวิตผ่านแคมเปญ #EmPowerTogether

    “เมื่อเรามีเหลือเพียงพอที่จะเลี้ยงดูให้ทุกชีวิตในครอบครัว ในองค์กรเราให้เขาอยู่ได้ และถึงแม้จะได้กำไรที่น้อยลง แต่รายได้ส่วนนี้มันสามารถที่จะแบ่งปันให้ทุกชีวิตที่อยู่รอบๆ ตัวเราได้เดินไปด้วยกัน แข็งแรงไปด้วยกัน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

    ล่าสุด 31 Thanwa มีแคมเปญ #EmPowerTogether ด้วยคอนเซ็ปต์ของแบรนด์คือ อาจารย์หนึ่งคน ลูกค้าหนึ่งคน โดยช่างฝีมือหนึ่งช่าง ส่งต่อพลังจากคนคนหนึ่งไปสู่อีกหลายๆ คน จึงแบ่งรายได้ 31%  ไปช่วยวิกฤตครั้งนี้ โดยส่งหมวกอนามัย อาหาร ไปช่วยบุคลาการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลแล้ว 8 โรงพยาบาล

    เก๋-บุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ ทายาทรุ่นสามทิ้งท้ายว่า “เมื่อลูกค้าที่ซื้อไปเขาก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือชีวิตใครอีกหลายๆ คน อีกทั้งทำให้ลูกค้าไม่ลังเลใจเลยที่จะซื้อกระเป๋าของเรา เพราะเมื่อซื้อแล้วยังได้ช่วยชีวิตอีกหลายชีวิต”

    ช่องทางการติดต่อ

    -แบรนด์ 31Thanwa
    www.31Thanwa.com
    IG @31Thanwa
    Line @31Thanwa
    FB : 31ThanwaShop

    -แบรนด์ Youngfolks
    www.Youngfolks1952.com
    IG @youngfolks1952
    Line @youngfolks
    FB : youngfolks

    หน้าร้านทั้งสองแบรนด์มีที่ สาขาพารากอน ชั้น M และ สาขาเอ็มโพเรียม ชั้น 1

    -โรงงานผลิตรองเท้าและเครื่องหนัง Wagonway
    FB : Wagon Way Shoes Maker
    Tel : 081-8475959