Thursday, December 3, 2020
More

    เปิดใจทายาทชาวสวน นุ่น – อั๋น หลังทิ้งชีวิตชาวเมือง สู่ Young Farmer แบบเต็มตัว

    ชวนเปิดใจนุ่นนิตดา กาญจนาธนเกียรติศิษย์เก่าจากรั้วเกษตรศาสตร์ และดีกรีปริญญาโทจาก University of Portsmouth ประเทศอังกฤษ และอั๋นภาณุวิชญ์ คำมาโตศิษย์จากรั้วมช. ซึ่งเป็น 2 หนุ่มสาวที่ทิ้งชีวิตชาวเมือง สู่การเป็น Young Farmer ทายาทชาวสวนรวมผลฟาร์มปลูกยางพารา มะพร้าวแกง ส้มเขียวหวาน และอื่นๆ แบบเกษตรปลอดภัย ในจังหวัดหนองคาย

    หลังจากเป็นพนักงานประจำ ทำงานในองค์กรระยะหนึ่ง ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์พร้อมค้นหาความชอบของตนเอง หาคอร์สอบรม สมัครเรียน ทดลองทำอยู่หลายอย่าง ลองลงทุนทำธุรกิจ ก็ยังไม่ถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้สักที จึงตัดสินใจกลับไปทำสวนที่เป็นเสมือนมรดกจากครอบครัว จนมาสู่การเป็นชาวสวนที่ภาคภูมิใจ ที่แม้ว่าตอนนี้จะต้องรอผลผลิตอีก 1 – 4 ปี แต่ก็เริ่มหลงใหลที่ได้เห็นการเจริญเติบโตของต้นไม้ในสวนแบบเต็มหัวใจ

    จุดเริ่มต้นของการมาเป็น Young Farmer


    นุ่นอั๋น เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านนุ่น ทำสวนมาตั้งแต่รุ่นอากง ซึ่งในตอนเด็กๆ ก็ได้คลุกคลีกับการทำสวนมาตลอด และซึมซับมาโดยที่เราไม่รู้ตัว พอโตขึ้นมีวันนึงที่ป๊าพูดว่าสร้างสวนนี้เอาไว้ให้เรา เพราะกลัวเราจะลำบาก ทำให้เรามาคิดว่าสุดท้ายแล้วในบั้นปลายชีวิตเราอยากมีชีวิตแบบไหน เราอยากจะอยู่ในเมือง หรือกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร สุดท้ายก็ลาออกจากงานประจำ โดยมีคุณอั๋นคอยสนับสนุน และช่วยเหลือ ทำให้เรามีความมั่นใจ และมีความมุ่งมั่นมากขึ้นไปอีก

    ก่อนหน้านี้เราสองคนทำธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่อยู่ที่ .เชียงใหม่ แต่ในช่วงนั้นชาวเชียงใหม่ยังไม่ค่อยสนใจเรื่องเดลิเวอรี่สักเท่าไหร่ ก็เลยชั่งใจว่าจะเสี่ยงต่อโดยการนำเงินทุนก้อนสุดท้ายไปเปิดหน้าร้าน หรือนุ่นจะเลือกกลับไปทำสวน แต่พอชั่งน้ำหนักความเสี่ยงแล้ว การกลับไปทำสวนที่บ้านนุ่นน่าจะเป็นไปได้มากกว่า

    กลับมาทำสวนก็เท่ากับว่าต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ทั้งหมด

    การทำสวนต้องใช้ความรู้หลายศาสตร์ รวมๆ กัน ทั้งที่เรารู้ และที่เราต้องมาเรียนรู้ใหม่ด้วย ซึ่งการการปลูกแบบเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ต้องใช้หลักการหลายอย่างมีเรื่องของธุรกิจเพิ่มเข้ามา ที่สำคัญต้องเน้นเรื่องคุณภาพของผลผลิต และจำนวนของผลผลิตที่ได้ในแต่ละรอบ แต่ละปี ทำให้ต้องมีเรื่องของการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งถ้าเราจะทำสวนเพื่อการเลี้ยงชีพ ถ้าผลผลิตไม่มีคุณภาพจริง เราก็ไม่กล้าขายให้คนอื่น

    ใครก็เป็นชาวสวนได้ แต่ต้องมีความอดทน

    เราว่าทุกคนสามารถเป็นชาวสวนได้ แต่เรื่องแบบนี้ก็อยู่ที่แพสชันว่าอยากจะทำจริงไหม และสิ่งที่สำคัญที่สุดความอดทน เพราะการทำสวนไม่ใช่ว่าปลูกแล้วจะได้ผลผลิตเลย ไม่เหมือนกับทำงานประจำที่พอสิ้นเดือนแล้วจะได้เงินเดือน การทำสวนจึงต้องใช้ความอดทนค่อนข้างเยอะ กว่าต้นไม้ที่ปลูกไปจะเติบโต และให้ผลผลิต ก็ต้องใช้เวลานาน การทำสวนจึงเป็นระยะยาวมากกว่า

    รวมถึงต้องมีโอกาส เวลา และการลงมือทำด้วย ถึงจะบอกได้ว่าการทำสวนเหมาะกับเราหรือเปล่า ซึ่งตอนแรกภาพที่เรามอง เรารู้สึกว่ามันสวยมาก แต่ในความเป็นจริงเราต้องเจอความเลอะ ความสกปรก รวมถึงสัตว์ร้าย อย่าง งู หรือแมลงต่างๆ บางทีก็อาจจะโดนผึ้งต่อย แตนต่อย

    การทำสวนคือการทำงานแบบ 24/7 ยกเว้นตอนเราหลับ

    ถ้าเป็นงานประจำที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของเอง เราก็จะไม่รู้สึกว่าเราควรทำยังไง ต้องรักมันแค่ไหน แต่พอทำสวนที่เป็นของตัวเองก็เลยต้องมีกฎระเบียบ มีวินัยมากขึ้น อีกอย่างตอนทำงานประจำมันไม่ได้ทำแบบ 7 วัน 24 ชั่วโมง แต่การทำสวนมันต้องทำแบบนั้น ยกเว้นตอนเราหลับ เวลาพักคือเวลานอนเท่านั้น

    ซึ่งมันอาจจะเป็นช่วงเริ่มต้น เราก็พยายามคิดว่าเรากำลังเริ่มต้นกันมา และเป็นอะไรที่ยังใหม่สำหรับเรา เราไม่ได้เกิดขึ้นมาแล้วเรามีความรู้ด้านเกษตรเลย กลับมาจากทำสวนเราก็จะมาทำแผน หรือหาความรู้เพิ่มเติม ถ้าเราไม่ศึกษา หรือหาความรู้ เราไม่รู้เลยว่าเราพลาดอะไรไปรึเปล่า

    ความรู้จากการศึกษา สามารถปรับใช้กับสวนของเราได้แม้จะไม่ได้จบทางด้านเกษตร

    แม้ว่าจะไม่ได้ศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการทำสวนโดยตรง แต่ที่เรียนมาก็มีนำมาประยุกต์ใช้ได้เยอะมาก โดยสำหรับนุ่น ที่จบเศรษฐศาสตร์ก็พยายามที่จะเอาหลักการที่ว่านำทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้านคุณอั๋นเสริมว่า ความรู้พื้นฐานทั้งจาก .ปลาย รวมถึงมหาลัย ทั้งวิชาคณิตศาสตร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี สามารถนำมาใช้ปรับได้หมดเลย ตั้งแต่การจัดตำแหน่งสวนของเราให้สวย กายภาพของดิน กายภาพของใบ รวมไปถึงธาตุอาหารต่างๆ ตลอดจนการทำโซล่าเซลล์ เพื่อประหยัดต้นทุนในระยะยาว

    ความตั้งใจจะทำให้ผลผลิตมีความปลอดภัย และมีคุณภาพ โดยเป็นเกษตรปลอดภัย

    เราตั้งเป้าไว้ว่า เราจะทำให้ผลผลิตในสวนมีคุณภาพ โดยเน้นเป็นเกษตรปลอดภัย และได้รับมาตรฐาน GAP ซึ่งในตอนแรกก็ลองทำสวนออแกนิค แต่พอลองทำแล้วก็พบว่าต้องใช้ต้นทุน ความเข้าใจ การดูแลสูง รวมไปถึงน้ำ ดินที่เราควบคุมค่อนข้างยาก ก็เลยคิดว่าถ้าเราต้องทำผลผลิตให้เป็นเชิงพาณิชย์ เราจะตอบสนองกับความต้องการของตลาดให้ได้มากที่สุดยังไง เลยตัดสินใจถอยออกมาหนึ่งก้าวโดยเน้นคุณภาพ และความปลอดภัย ตามมาตรฐาน GAP ก่อน

    การทำเกษตรควรจะเอาองค์ความรู้เรื่องวิชาการเข้ามาเกี่ยวข้อง ผสมผสานกับความรู้ ประสบการณ์ของบรรพบุรุษหรือคนยุคก่อน ซึ่งไม่ว่าจะปลูกเพื่อกินเอง หรือเพื่อขาย คิดว่าผลผลิตนั้นจะเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ และมีความอร่อย รวมถึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย

    แปรรูปผลผลิตในสวน พร้อมกับส่งเสริมการให้ความรู้ คือแผนในอนาคต

    ในอนาคตถ้าเรามีผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ก็อยากจะพัฒนาแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ของเราเอง โดยนำงานวิจัยเข้ามาพัฒนาคุณภาพของผลผลิต เพื่อที่จะได้ขายออกไปทั่วประเทศ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าผู้บริโภคมีความต้องการสูงมากก็อาจจะเปิดแปลงใหม่เพิ่ม รวมไปถึงการรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านด้วย

    รวมทั้งจะทำเป็นแบบ O-2-O หรือ Offline to Online  พร้อมกับส่งเสริมการให้ความรู้สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะทำเกษตรผ่านทางออนไลน์ เพราะอยากจะเอาประสบการณ์ที่เราเคยทำมาบอกต่อ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เริ่มบ้างแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดสวนให้คนภายนอกเข้ามา แต่ก็เปิดโอกาสให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ รวมไปถึงการทำเว็บไซต์โดยใส่องค์ความรู้ใส่ลงไป ซึ่งในส่วนนี้กำลังเริ่มทำอยู่

    คิดถูกไหม กับการทิ้งชีวิตชาวกรุง ไปเป็นชาวสวนแบบเต็มตัว

    สำหรับนุ่น ในช่วงแรกๆ คือเหนื่อยมาก ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าคิดผิดหรือเปล่า เพราะเหมือนต้องปรับตัวใหม่หมดเลย จากที่เคยทำงานประจำซึ่งมีความเสถียรกับตัวเราแล้วในระดับนึง แต่การมาทำสวนที่เราไม่ได้มีประสบการณ์ทางด้านนี้มากนัก ต้องเรียนรู้ใหม่หมด แต่พอทำไปสักพักก็รู้สึกรัก เริ่มหลงใหล และภูมิใจจนคิดว่าตัวเองคิดถูก เพราะได้เห็นการเจริญเติบโต อย่างถ้าเราเอารูปสวนในปีที่แล้ว มาเทียบกับปีนี้ เราเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสวนที่เราดูแลมา ก็เลยคิดว่า นี่แหละ คือสิ่งที่เราคิดไว้

    แต่สำหรับคุณอั๋น การลงมือทำก่อน ถึงจะรู้ว่าคิดถูกรึเปล่า แต่ก็แอบตั้งความคิดไว้ก่อนว่าเราคิดถูก ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีแรงผลักดันที่จะทำอะไรเลย ซึ่งการทำสวนที่กำลังทำอยู่กับนุ่นต้องบอกว่าเป็นสวนที่ใหญ่มาก พื้นที่เยอะ ต้องใช้การจัดการดูแลที่เยอะ รวมถึงการจัดการต่างๆ ก็ค่อนข้างเหนื่อย แต่ก็ไม่เคยท้อ

    คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังลังเล ทื้งชีวิตในเมืองแล้วกลับไปทำสวนที่บ้าน

    ต้องถามก่อนว่าชอบเกษตรจริงไหม เป้าหมายในชีวิตคืออะไร ต้องลองคุยกับตัวเองก่อน การทำสวนก็คล้ายกับการทำงานบริษัท ก่อนเราจะไปยื่นใบสมัครเราก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราชอบรึเปล่า ถ้าชอบก็ยื่นใบสมัครไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย บางคนที่ไม่มีที่ดินพอที่จะทำเกษตร ก็อาจจะทำเป็นแปลงเล็กๆ ก็ได้ หรือปลูกหลังบ้านก็ได้ ซึ่งก็หารายได้ได้เหมือนกัน หรืออาจจะลองปลูกหลังคอนโดฯ แล้วลองคิดดูว่าปลูกแล้วรู้สึกอย่างไร

    ช่องทางการติดต่อ


    Website : https://www.ruampholfarm.com/
    Facebook : RuamPholFarm