Friday, December 4, 2020
More

    ตามติดชีวิต เฮียฮ้อ ‘สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์’ เติมเต็มแรงบันดาลใจและแพสชันในการใช้ชีวิต

    เพราะชีวิตเต็มไปด้วย Passion ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะทุ่มเทแรงกาย แรงใจอย่างเต็มที่ ทำให้วันนี้  ‘เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์’ CEO อาร์เอส กรุ๊ป เป็นผู้บริหารแถวหน้าของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง ทั้งยังไม่เคยหยุดนิ่ง และมีจิตวิญญาณของนักสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ พร้อมปรับตัวตลอดเวลา และมุ่งมั่นเติมเต็มความสุขให้แก่ผู้คนมาทุกยุคสมัย จนส่งผลให้ธุรกิจของอาร์เอส กรุ๊ป ยังแข็งแกร่งและเติบโตแบบสวนกระแสเศรษฐกิจ BLT ฉบับนี้ จึงขอตามติดชีวิต ‘เฮียฮ้อ’ ว่าวันทำงานและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของเฮียฮ้อเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและการใช้ชีวิตให้กับใครหลายๆ คนในช่วงเวลาแบบนี้

    หนึ่งวันทำงานของเฮียฮ้อ


    สิ่งหนึ่งที่เฮียให้ความสำคัญคือ การบริหารเวลาที่ดี จะทำให้เราสามารถจัดการกับสิ่งรอบตัวได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้บริหารในองค์กร ในแต่ละวันนอกจากโฟกัสกับงานอย่างเต็มที่แล้ว ยังแบ่งเวลาเพื่ออัพเดทข้อมูลข่าวสารทางทีวีและเล่นโซเชียลมีเดีย เพื่อให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

    กิจกรรมวันว่างกับครอบครัว

    ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดยาว เฮียและครอบครัวจะชอบไปอยู่บ้านที่เขาใหญ่ เน้นทำกิจกรรมสบายๆ ตื่นเช้ามาเดินออกกำลังกายรอบสวน เล่นกับเจ้า Banker สุนัขตัวโปรด และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกๆ

    คุยกับคนรุ่นใหม่ เพื่อเปิดโลกให้กว้างขึ้น

    หลายคนบอกว่าเฮียเป็นคนนำสมัย นั่นมาจากเฮียชอบคุยกับคนรุ่นใหม่ และลูกของเพื่อนๆ เพราะสามารถนำไอเดียไปต่อยอด และเฮียเชื่อว่าเราแค่แก่กว่าด้วยประสบการณ์ที่อยู่มานาน แต่คนรุ่นใหม่มีความสามารถ นำความรู้และข้อมูลใหม่ๆ มาแลกเปลี่ยน ทำให้ได้มุมมองและเปิดโลกทัศน์มากขึ้น

    หนังสือเล่มโปรด 

    กิจกรรมอีกอย่างของเฮียฮ้อ คือการอ่านหนังสือ โดยมีหนังสือเล่มโปรดที่ช่วยเปิดมุมมอง ให้ข้อคิดดีๆ ที่ทันต่อสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาทิ Digital Darwinism ปรับธุรกิจให้รอดในยุคดิจิทัล (TOM GOODWIN) คิดอย่างผู้นำ ทำอย่าง google (Eric Schmidt, Jonatha Rosenberg, Alan Eagle) และ ถอยก็ตาย วิกฤติยังไงก็ต้องสู้ (Inamori Kazuo)

    5 เพลย์ลิสต์ที่เฮียฮ้อฟังบ่อยสุด

    ในฐานะที่เฮียอยู่ในวงการเพลงมานาน จึงมีเพลงโปรดในใจหลายเพลง แต่ที่ฟังบ่อยมาก คือเพลง lover’s moon ของ Glenn Frey เพลง Desperado ของ Eagles เพลงรอวันฉันรักเธอ ของคีรีบูน เพลงเธอลำเอียง ของอริสมันต์ และเพลงตลอดเวลาของพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ 

    ทำในสิ่งที่รักและลุ่มหลง จะทำให้เราประสบความสำเร็จ

    เฮียเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน ไม่เคยตีลูก ไม่เคยให้ลูกเรียนพิเศษ ไม่ดูสมุดพกลูก และส่งลูกไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กเพื่อให้เค้าได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เฮียไม่เคยทราบว่าลูกๆ เรียนจบด้านอะไรบ้าง เพราะไม่เคยตีกรอบ จะสอนให้ลูกเรียนในสิ่งที่รักและมีความสุข ลูกๆ จึงเลือกเรียนหลากหลายสาขาตามที่ชอบ แล้วกลับมาช่วยงานที่บริษัทและยังมีธุรกิจของตัวเองกันด้วย เฮียคิดว่าปัจจุบันพ่อแม่-ผู้ปกครองไม่ควรไปตีกรอบให้เด็กๆ มากเกินไป เริ่มตั้งแต่เรียน อย่าไปยึดติดว่าลูกต้องเรียนคณะอะไร เพราะกว่าจะจบใช้เวลาหลายปี และไม่รู้ว่า 4-5 ปี ที่ลูกเรียน อาชีพนั้นจะยังเป็นที่ต้องการของตลาดไหม เพราะโลกในยุคนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผู้ปกครองควรแนะนำให้ลูกเรียนในสิ่งที่ชอบ และมีความสุข เพราะในชีวิตจริง เวลาทำงานต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การปรับตัว รู้จักคิดวิเคราะห์ และมีทัศนคติที่ดีกับงานที่ได้รับมอบหมาย จากประสบการณ์ของเฮีย เห็นมาหลายคนแล้วว่าถ้าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองหลงรัก คนๆ นั้นจะประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อไหร่ที่เจออุปสรรค เจอปัญหา คนๆ นั้นจะสู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และจะทำงานที่ตนเองชอบได้ดี อย่างเฮียลุ่มหลงกับความสำเร็จ เฮียไม่ได้ลุ่มหลงกับเพลง กับธุรกิจทีวี กับธุรกิจคอมเมิร์ซ ดังนั้น เมื่อเฮียลงมือทำอะไรแล้วคิดอย่างเดียวว่าต้องทำให้สำเร็จ โดยมีคติประจำตัวที่ใช้เป็นแรงผลักดันในการทำงานคือ Passion to win ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นคติประจำองค์กรด้วย