Friday, October 2, 2020
More

    ตำนานร้านขนมจีนไหหลำเจ๊วา เจ๊หย่ง กับผู้สืบทอดที่พกดีกรีนักเรียนทุน Domus อิตาลี

    ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในชีวิต หลายคนอาจผละออกให้ไกลจากตัวเอง แต่สำหรับ “อนิรุท กิจอิทธิโชติ” เลือกที่จะอยู่กับสิ่งนั้นด้วยความเข้าใจ จึงไม่แปลก (สำหรับเขา) ที่คุณรุทจะใส่หมวกสองใบ สวมบทบาทพ่อค้าในช่วงกลางคืนสืบทอดกิจการ “ขนมจีนไหหลำ เจ๊วา เจ๊หย่ง” อันเลื่องชื่อในย่านสะพานขาว ส่วนตอนกลางวันสวมบทบาทของอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ระดับไฮเอนท์ จึงทำให้ BLT อยากรู้ว่าคุณอนิรุท สับสวิชท์ทั้งสองแบบจากงานที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วได้อย่างไร 

    ย้อนอดีตในยุคบุกเบิกขนมจีน เจ๊วา เจ๊หย่ง 

    ร้านขนมจีน เจ๊วา เจ๊หย่ง เริ่มขึ้นในปี 2502 โดยขณะนั้น เจ๊วา (พี่สาว) และ เจ๊หย่ง(น้องสาว) ช่วยแม่ขาย ‘ขนมจีนไหหลำ’ ในย่านสะพานขาว ซึ่งในยุคนั้นจัดเป็นชุมชนที่มีชาวไหหลำ ชาวจีนโพ้นทะเลอยู่จำนวนมาก และเนื่องจากกิจการเริ่มขายดีมีผู้คนแวะเวียนมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย จึงเริ่มมีการขยับขยาย ย้ายมาตั้งอยู่ในซอยลูกหลวง 8 (ไม่ไกลจากร้านเดิมเท่าไหร่) เปิดร้านตั้งแต่ 16.00-22.00 ขายให้แก่นักชิมในยามดึก (เพราะสมัยนั้นต้องรอเจ๊วากับเจ๊หย่งกลับมาจากโรงเรียน) ซึ่ง ณ เวลานี้ร้านได้ดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 60 ปี นี่เป็นข้อมูลที่คุณอนิรุทบอกเล่าให้เราฟังคร่าวๆ ก่อนที่เขาจะแง้มจุดพลิกผันที่ทำให้ครอบครัวของคุณแม่หันมาจับธุรกิจขนมจีน รวมถึงประวัติความเป็นมาของตัวเอง   


    “เดิมทีครอบครัวคุณแม่ และคนจีนไหหลำในละแวกนั้นส่วนใหญ่จะทำงานโรงไม้และเป็นเจ้าของโรงไม้กัน แต่พอเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ก็ทำให้แทบหมดตัว และที่มาลงเอยกับการขายขนมจีน เพราะเป็นเมนูที่คนในบ้านทำกินกันบ่อย จึงนำมายึดเป็นอาชีพครั้งใหม่ ซึ่งทำให้แม่ (เจ๊หย่ง) และพี่สาวของแม่ (เจ๊วา) ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ยังเด็กเพื่อมาช่วยกิจการ”

    ที่มาของการสืบทอดกิจการ 

    “ชีวิตผมเนี่ย แม่คอยผลักดันเรื่องเรียนเต็มที่เพื่อให้เราได้เรียนสูงๆ โตขึ้นมามีงานทำดีๆ และเป็นความโชคดีที่ผมค้นหาตัวเองได้เร็ว รู้ว่าตัวเองรักและชอบอะไร จนเรียนจบด้านออกแบบผมก็ได้เข้าทำงานกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ก่อนตัดสินใจสอบชิงทุนของบริษัทไปเรียนต่อด้าน Design Management ที่ Domus Academy ประเทศอิตาลี พอกลับมาก็ทำงานต่อที่นั่นอีกประมาณ 8 ปีจนอิ่มตัว จึงตัดสินใจเปิดบริษัทออกแบบตกแต่งภายในของตัวเองที่ชื่อ HARPER AND THUNDER ควบคู่กับสืบทอดกิจการขนมจีนจากทางบ้าน เพราะเนื่องจากพ่อแม่ผมอายุ 70 กว่าปีแล้ว อีกอย่างร้านขนมจีนถือเป็นความภูมิใจของตระกูลเรา เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ผมจึงอยากทำร้านให้ยังคงอยู่ และลูกค้าประจำได้ทานอาหารสูตรของทางเราต่อไป”  

    ความพีคของขนมจีน เจ๊วา เจ๊หย่ง 

    และเมื่อทาง BLT ถามถึงจุดเด่นของขนมจีนเจ๊วา เจ๊หย่ง เขาก็สามารถพูดได้คล่องปร๋อ… ราวกับอยู่ร่วมหัวจมท้ายมาตั้งแต่สมัยยุคคุณแม่ โดยเขาบอกกับเราว่า ลักษณะเส้นของที่นี่จะมีความกลมยาวคล้ายเส้นขนมจีน แต่อวบอ้วนละม้ายเส้นอุด้ง เครื่องปรุงมีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ผักกาดดองเพื่อตัดรส การใส่งาขาวคั่วจนเหลืองทองเพื่อความหอมรื่น…จมูก หรือการใส่ถั่วลิสงเพิ่มความกรุบกรอบ ซึ่งทางร้านมีทั้งสูตรเนื้อวัว และสูตรเนื้อหมูให้ทุกคนได้เลือกทาน ที่สำคัญยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ เพื่อรักษาความทรงจำของลูกค้าที่ทานกันมานาน ทว่ามีความเข้มข้น ไร้การปรุงแต่งด้วยผงชูรส รวมถึงเน้นการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่  ขณะเดียวกัน อนิรุทได้ดึงพลังงานด้านการออกแบบที่มีอยู่ในตัวเอง มาปรับประยุกต์ใช้กับการพัฒนาระบบ และพัฒนาสูตรอาหารให้ทันยุคสมัยมากยิ่งขึ้นนั่นเอง 

    และนอกจากขนมจีนที่เด็ดแล้ว ที่นี่ยังมีขนมหวานแบบไหหลำหาทานยากอย่าง โบ๊กเกี้ย และเลี่ยงฮุ้น (หรือลอดช่องไหหลำ) ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง รวมถึงมี ‘เมนูยำไทย’ เป็นของทานเล่นนำเสนออีกด้วย (เมนูนี้ระดับ best seller ในร้านเชียว) อีกอย่างที่นี่ยังเป็นขนมจีนไหหลำรายเดียวที่เริ่มเปิดตอนช่วงเย็น ไม่เหมือนร้านทั่วไป เพราะเขาต้องการให้เป็นเหมือน destination ให้กับลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ ได้ขับรถมาทานกัน 

    ความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน  

    “ความงดงามที่ผมเห็นมาตลอดคือลูกค้าประจำที่เติบโตและให้ร้านเราเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของครอบครัวเขา ผมเห็นภาพตั้งแต่พ่อ/แม่ที่จูงลูกหลานมาทานในครั้งอดีต จนวันนี้ภาพลูกหลานเข็นรถเข็นให้พ่อ/แม่มาทานที่ร้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นอะไรที่ผมรู้สึกประทับใจมาก และอีกหนึ่งเหตุการณ์ประทับใจก็คือการกลับมาอุดหนุนในช่วงวิกฤต covid 19 อันยากลำบาก มีลูกค้าหลายท่านแวะมาซื้อใส่ห่อ รวมถึงสั่งซื้อผ่านระบบเดลิเวอรี่มากเพียงพอให้เรายังคงทำธุรกิจต่อได้ครับ” อนิรุทเล่าถึงความประทับใจที่ผ่านมาให้ฟัง 

    ก่อนที่ BLT จะปิดบทสนทนาด้วยคำถามสุดท้ายว่า…

    ระหว่างสองธุรกิจนี้ มันค่อนข้างคอนทราสต์กันอย่างมาก ในฐานะดีไซเนอร์ คุณได้เรียนรู้อะไรจากการทำธุรกิจขนมจีน และคุณนำสองสายงานนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร? 

    “เรามองหนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ ‘งานบริการ’ แต่ความต่างทำให้เราต้องยิ่งพยายามเข้าใจงานแต่ละงานมากขึ้น เพื่อหา ‘จุดที่พอดี’ และต้องเรียนรู้ที่จะแบ่งเวลาให้เราสามารถทำทั้งสองอย่างได้ออกมาดี สมกับที่ลูกค้าไว้วางใจ

    และสิ่งที่ผมยึดมั่นมาโดยตลอดคือความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี ขนมจีนไหหลำเจ๊วา เจ๊หย่ง จึงยังคงรักษามาตรฐานในเรื่องคุณภาพ ความสดสะอาด และความอร่อยไว้อย่างสม่ำเสมอ  เราเคยทำขนมจีนทานกันภายในครอบครัวอย่างไร ก็ทำให้ลูกค้าทานอย่างนั้นเช่นกัน” 

    ความมั่นใจและน้ำเสียงอันแน่วแน่ที่ส่งผ่านมาถึงเรา ก็ทำให้รู้ว่างานทั้งสองสิ่งนี้ มาจากความรักความผูกพันที่อยู่ในจิตวิญญาณของเขาโดยแท้จริง