Tuesday, November 24, 2020
More

    BEARHOUSE จากยูทูบครีเอเตอร์สู่เจ้าของแบรนด์ชานมไข่มุก

    ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจชานมไข่มุกในเมืองไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติ ล่าสุด ไลฟ์สไตล์ยูทูบครีเอเตอร์จากช่อง BEARHUG ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2.8 ล้านคน  ซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ กานต์-อรรถกร รัตนารมย์ พลิกความชอบสู่ธุรกิจชานมไข่มุกสุดฮิต สร้างแบรนด์ BEARHOUSE เข้าสู่ตลาดชานมไข่มุกในเมืองไทย

    จุดเริ่มต้นที่ตัดสินใจเริ่มธุรกิจร้านชานมไข่มุก

    เกิดขึ้นจากความชอบทานชานมไข่มุก รวมถึงการมีอาชีพเป็นยูทูบครีเอเตอร์ เจ้าของ BEARHUG ช่องที่นำเสนอคอนเทนต์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวและอาหาร ทำให้ได้มีโอกาสได้ไปรีวิวชานมไข่มุกที่ประเทศไต้หวันแล้วรู้สึกติดใจ จึงเกิดไอเดียว่าทำไมไม่ทำชานมไข่มุกแบรนด์คนไทยให้คนต่างชาติต่อแถวรอซื้อบ้าง จนนำมาสู่การร่วมลงทุนกันเปิดร้านชานมไข่มุก BEARHOUSE สาขาแรกที่สยามสแควร์ ริมถนนอังรีดูนังต์


    ความแตกต่างของ BEARHOUSE กับแบรนด์อื่นๆ

    ตอนนี้ BEARHOUSE เริ่มต้นจากชานมไข่มุกในแบบธรรมดาที่เรียบง่ายแต่มีความแตกต่าง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เรียบง่ายแต่แตกต่าง” อร่อยกับเครื่องดื่มรสกลมกล่อมสูตรพิเศษ พร้อมไข่มุกโมจิซึ่งเป็นไข่มุกปั้นสดใหม่ทุกวัน สูตรเฉพาะที่ผสมผสานความเป็นไทย คิดค้นและทำเองด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ผงแป้ง ด้วยจุดเด่นคือ มีแป้งข้าวไทยเป็นส่วนประกอบ ทำให้ไข่มุกของเรามีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ให้รสชาติและสัมผัสที่แตกต่าง เคี้ยวนุ่ม หนึบหนับ มีกลิ่นโมจิ มีสีและรูปทรงตามธรรมชาติ มีความไม่กลม และมีขนาดเล็กกว่าไข่มุกทั่วไป

    กังวลกับคู่แข่งในตลาดที่มีจำนวนมากไหม

    ร้านเราเป็นเพียงน้องใหม่ของตลาดชานมไข่มุก การมีผู้เล่นที่หลากหลายจะช่วยสร้างสีสันใหม่ๆ ในตลาด ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกที่จะสนุกและอร่อยกับชานมไข่มุกได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้เรามองว่าไม่มีคู่แข่งในการทำธุรกิจ แต่มองว่าร้านชานมทุกร้านเป็นพันธมิตรกัน มีร้านชานมไข่มุกอร่อยๆ เยอะแยะมากมาย บางร้านก็มีในสิ่งที่เราไม่มี และเราก็เป็นลูกค้าร้านอื่นด้วยเหมือนกัน

    ฟีดแบ็กหลังจากเปิดให้บริการ

    ได้รับการตอบรับที่ดีมากกว่าที่คาดไว้มาก โดยตอนนี้ทางร้านได้วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละวัน ในอนาคตจะมีการพัฒนาและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ BEARHOUSE เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนจะขยายสาขาในรูปแบบ Full Scale ประมาณ 5 สาขา ภายในระยะเวลา 2 ปี

    มุมมองต่อตลาดชานมไข่มุกในเมืองไทย

    ปัจจุบันตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท มีโอกาสเติบโตได้อีก เพราะเมื่อเทียบกับตลาดร้านกาแฟสดในประเทศไทยที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 17,000 ล้านบาทนั้น จะเห็นว่าตัวเลขยังห่างกันเกือบ 7 เท่าตัว และในปัจจุบันกระแสนิยมชาไข่มุกก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการที่มีผู้เล่นรายใหญ่ๆ เข้ามาในตลาดก็ยิ่งจะมาช่วยกันขับเคลื่อนตลาดให้โตขึ้นได้อีก โดยเรามองว่าเมื่อมีร้านชานมไข่มุกเพิ่มมากขึ้น ลูกค้าก็จะมีทางเลือกที่มากขึ้น ทำให้ทุกร้านต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มีอะไรใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ตลาดก็จะยิ่งน่าสนใจและนำไปสู่การเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ

    คาดหวังอย่างไรกับธุรกิจนี้

    เราทำการตลาดด้วยการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยสร้างความแตกต่างด้วยไข่มุกที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยเริ่มทำงาน รวมไปถึงผู้ที่ชอบกินชาไข่มุก ซึ่งในช่วง Soft Opening ที่ผ่านมากระแสตอบรับที่ค่อนข้างดี มียอดขายเฉลี่ยประมาณ 700–800 แก้วต่อวัน โดยหลังจาก Grand Opening คาดว่ายอดขายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 แก้วต่อวัน และคาดว่าในปี 2562 จะมีรายได้จากการขายประมาณ 15 ล้านบาท