ในยุคที่รายจ่ายอาจจะสวนทางกับรายรับ การมองหาแหล่งเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินจึงกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยรูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีให้เลือกหลากหลายในปัจจุบัน อาจทำให้เราเกิดความสับสนว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี หากเรากำลังเลือกสินเชื่อเงินด่วนที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่าที่สุด บทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักและเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละประเภท เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนยื่นเอกสารสมัคร
รู้จักสินเชื่อแต่ละประเภทก่อนเลือกใช้
ก่อนที่จะตกลงปลงใจทำสัญญากับสถาบันการเงินใด ๆ การทำความเข้าใจธรรมชาติของผลิตภัณฑ์แต่ละรูปแบบถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก เพราะสินเชื่อเงินด่วนแต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เราลองมาเจาะลึกรายละเอียดกันดูว่าแบบไหนจะมีเงื่อนไขการใช้งานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเรามากที่สุด
บัตรกดเงินสด
เริ่มต้นกันที่ตัวช่วยยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นทางการเงิน บัตรประเภทนี้เปรียบเสมือนกระเป๋าเงินสำรองที่เราสามารถหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมสภาพคล่องในยามฉุกเฉินได้ โดยเราได้สรุปข้อมูลที่น่าสนใจจาก Umay+ มาให้พิจารณากันดังต่อไปนี้
- อัตราดอกเบี้ย คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกตามจำนวนวันที่เบิกใช้จริง หากไม่ได้เบิกใช้ก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยใด ๆ โดยอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี
- กำหนดระยะเวลาสัญญาและค่างวด ไม่มีการกำหนดระยะเวลาสัญญาที่ตายตัว เราสามารถเลือกชำระคืนแบบเต็มจำนวน หรือเลือกชำระขั้นต่ำตามที่สถาบันการเงินกำหนดในแต่ละรอบบิลได้
- ข้อดี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน มีความยืดหยุ่นสูง จ่ายดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่กดมาใช้
- ข้อควรระวัง อัตราดอกเบี้ยอาจจะสูงกว่าสินเชื่อบางประเภทหากปล่อยค้างชำระเป็นเวลานาน และอาจทำให้ก่อหนี้เกินตัวได้หากเราขาดวินัยทางการเงิน
สินเชื่อส่วนบุคคล
เงินก้อนใหญ่เพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเป้าหมายไว้
- อัตราดอกเบี้ย ส่วนใหญ่จะคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก โดยอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี
- กำหนดระยะเวลาสัญญาและค่างวด มีการกำหนดระยะเวลาสัญญาที่ชัดเจน เช่น 12, 24, หรือ 36 เดือน และต้องผ่อนชำระค่างวดในจำนวนที่เท่า ๆ กันทุกเดือนจนกว่าจะครบกำหนด
- ข้อดี ได้รับเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว ช่วยให้บริหารจัดการเงินง่ายขึ้นเพราะรู้ยอดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนอย่างแน่ชัด
- ข้อควรระวัง กำหนดระยะเวลาสัญญาที่ชัดเจนทำให้การจ่ายเงินไม่ยืดหยุ่น และไม่สามารถเบิกเงินมาใช้ซ้ำได้เหมือนประเภทวงเงินหมุนเวียน
บัตรเครดิต
สินเชื่อประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการตามร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงการชอปปิงออนไลน์
- อัตราดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี จะเริ่มคิดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเราชำระคืนไม่เต็มจำนวนตามยอดที่เรียกเก็บ หรือมีการทำรายการเบิกถอนเงินสดออกมาใช้
- กำหนดระยะเวลาสัญญาและค่างวด มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย หากจ่ายเต็มจำนวนและตรงเวลาจะไม่มีดอกเบี้ย หากจ่ายขั้นต่ำจะเริ่มคำนวณดอกเบี้ยทันที
- ข้อดี สะดวกสบายไม่ต้องพกเงินสด ได้รับคะแนนสะสม เครดิตเงินคืน หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากร้านค้าร่วมรายการ
- ข้อควรระวัง หากใช้กดเงินสดจะมีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเพิ่มเติมประมาณ 3% และหากรูดใช้จ่ายเพลินจนเกินกำลังอาจกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ได้ง่าย
เงินกู้นอกระบบ
ทางเลือกสุดท้ายที่หลายคนอาจนึกถึงเมื่อหาทางออกไม่ได้ แต่เป็นช่องทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายรอบด้าน แม้จะดูเหมือนเข้าถึงง่ายและได้เงินไว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมามักสร้างความปวดหัวและปัญหาที่บานปลายจนยากจะแก้ไขในภายหลัง
- อัตราดอกเบี้ย สูงลิ่วและมักจะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปมาก บางครั้งอาจเป็นการคิดดอกเบี้ยรายวันหรือรายเดือนแบบทบต้น
- กำหนดระยะเวลาสัญญาและค่างวด สัญญาไม่ชัดเจน ไม่เป็นธรรม หรืออาจไม่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เจ้าหนี้สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขได้ตามอำเภอใจ
- ข้อดี อาจจะไม่มีการเช็กประวัติเครดิตบูโร และใช้เอกสารน้อยมาก
- ข้อควรระวัง ผิดกฎหมาย ดอกเบี้ยแพง เสี่ยงต่อการถูกทวงหนี้ด้วยความรุนแรง ข่มขู่ หรือการถูกยึดทรัพย์สินโดยพลการ
ควรเลือกสินเชื่อแบบไหนให้เหมาะกับความต้องการ
การพิจารณาเลือกตัวช่วยทางการเงินให้ตอบโจทย์นั้น เราต้องเริ่มจากการประเมินความต้องการของตัวเอง ประเมินรายรับและภาระค่าใช้จ่ายของเรา เพื่อดูความสามารถในการผ่อนชำระในแต่ละเดือน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อ
ปิดสินเชื่อก่อนครบสัญญาได้หรือไม่?
ส่วนใหญ่แล้วเราสามารถทำการโปะยอดหรือปิดบัญชีก่อนกำหนดได้ แต่อาจจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบันการเงิน สำหรับรูปแบบหมุนเวียนเราสามารถจ่ายเต็มยอดเพื่อปิดได้เลยโดยไม่มีค่าปรับ แต่ถ้ารูปแบบผ่อนรายเดือนอาจต้องตรวจสอบสัญญาให้ดีว่ามีค่าธรรมเนียมการปิดก่อนกำหนดหรือไม่
ควรเลือกผ่อนสั้นหรือผ่อนยาวแบบไหนเหมาะกว่า?
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องทางการเงินของเราเป็นหลัก การผ่อนระยะสั้นจะช่วยให้เราเสียดอกเบี้ยรวมน้อยลงและหมดภาระเร็วขึ้น แต่ค่างวดจะค่อนข้างสูง ส่วนการผ่อนระยะยาวจะช่วยลดยอดจ่ายต่อเดือนให้เบาลง ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่น แต่มูลค่าดอกเบี้ยรวมจะสูงกว่า
หากผ่อนชำระล่าช้า จะมีผลกระทบอย่างไร?
การจ่ายล่าช้ากว่ากำหนดจะส่งผลเสียหลายด้าน เริ่มจากการถูกเรียกเก็บค่าติดตามทวงถามหนี้และดอกเบี้ยปรับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ประวัติการชำระเงินที่ล่าช้าจะถูกบันทึกลงในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือ และทำให้เราขออนุมัติวงเงินในอนาคตได้ยากขึ้น
สรุป
การวางแผนทางการเงินที่ดีเริ่มต้นจากการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเรา การเปรียบเทียบข้อมูลอย่างละเอียดจะช่วยให้เราได้ประโยชน์สูงสุดและป้องกันปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว สำหรับผู้ที่สนใจบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส สมัครออนไลน์ง่ายเพียง 10 นาที ใช้เอกสารการสมัครแค่ 2 อย่าง คือบัตรประชาชน และ สลิปเงินเดือน แต่ถ้าหากไม่มีสลิปเงินเดือน ก็สามารถใช้บัญชีธนาคารที่แสดงเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน ทดแทนได้ หากเป็นพนักงานประจำ ที่มีอายุงานตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป สามารถสมัครได้เลย สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัตรกดเงินสดและสนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดในเว็บไซต์ได้เลย https://www.umayplus.com/cashcard/applyform
อัตราดอกเบี้ย 19.8% – 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส



