ปรับปรุงถนนข้าวสาร คืบหน้า 91% เตรียม Big Cleaning 20 พ.ค.นี้ ส่วนกำหนดเปิดพื้นที่ค้าขายยังไม่ระบุชัด อาจเป็นช่วง ก.ค. หรือ ส.ค. ต้องรอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก่อน
กทม.เตรียมเปิดย่านถนนข้าวสาร ก.ค. หรือ ส.ค. นี้

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าและรับทราบปัญหาโครงการงานปรับปรุงพื้นที่ย่านถนนข้าวสาร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร โดยปัจจุบันผลการดำเนินงานมีความคืบหน้า 91 % คาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 18 พ.ค.63 ซึ่งเร็วกว่าสัญญา 10 วัน และในวันที่ 20 พ.ค.63 สำนักงานเขตพระนครจะจัดกิจกรรม Big Cleaning เพื่อพัฒนาทำความสะอาดถนนทั้งเส้น
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตพระนคร ได้ดำเนินโครงการงานปรับปรุงพื้นที่ย่านถนนข้าวสาร เพื่อปรับปรุงพื้นที่บริเวณถนนข้าวสาร ให้มีความสวยงาม สะอาด กว้างขวาง และสามารถรองรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม โดยปรับสภาพถนนและทางเท้าให้เป็นระดับเดียวกันตลอดสายและปูพื้นด้วยวัสดุสวยงาม คงทน และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย รวมทั้งรองรับการจัดระเบียบหาบเร่ – แผงลอย บริเวณถนนข้าวสาร ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร โดยการจัดขนาดแผงค้าที่เหมาะสม และแบ่งโซนการขายสินค้าตามประเภทสินค้า

รวมถึงให้กรุงเทพมหานครสามารถกำกับดูแลมิให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้มีอิทธิพล และมิให้ผู้ค้านอกบัญชีหรือผู้ค้าจรเข้ามาเพิ่มจำนวนผู้ค้าในถนนข้าวสาร (กรณีมีผู้ค้าที่มีความเหมาะสมมาแสดงความจำนงเพิ่มเติม จะใช้วิธีการจับสลากในการหมุนเวียนผู้ค้า) ตลอดจนพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ก่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการค้าย่านถนนข้าวสาร และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้เริ่มต้นสัญญาวันที่ 30 ม.ค.63 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 28 พ.ค.63 ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน ระยะทาง 400 ม. กว้าง 16 ม. ปริมาณพื้นที่ 6,400 ต.ร.ม. เนื้องานประกอบด้วย ดำเนินการรื้อถอนพื้นทางเท้าเดิม พื้นที่ประมาณ 3,120 ตร.ม.
นอกจากนั้นยังมีงานปรับปรุงผิวทางและทางเท้าคอนกรีตเสริมเหล็ก หนาเฉลี่ย 0.15 ม. พื้นที่ประมาณ 6,400 ตร.ม. จัดทำรางระบายน้ำ (GUTTER STAINLESS) พร้อมฝาขนาดกว้าง 0.30 ม. ยาวประมาณ 800 ม. ปรับปรุงพื้นปูหินแกรนิต (ผิวพ่นไฟ) ขนาด 0.40 x 0.40 ม. ความหนา ไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว ติดตั้งเสา STAINLESS DAI 4″ สูง 0.70 ม. ชนิดเก็บลงพื้นได้ เพื่อเป็นแนวกั้นระหว่างผู้ค้าแผงลอยและผู้ประกอบการในอาคาร ติดตั้งเต้ารับไฟฟ้าแบบฝังพื้นและกันน้ำ พร้อมงานเดินสายไฟ เสริมขอบบ่อ TOT และเสริมขอบบ่อไฟฟ้า

สำหรับการกลับมาทำการค้าในพื้นที่ หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ และดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ สามารถเปิดทำการค้าได้เลย เนื่องจากสำนักงานเขตได้หารือร่วมกับเจ้าพนักงานจราจร และกำหนดให้เป็นจุดผ่อนผันสำหรับทำการค้าเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากในช่วงนี้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงต้องติดตามสถานการณ์ไปก่อน อาจจะกำหนดการเปิดไว้คร่าวๆ ประมาณวันที่ 1 ก.ค.63 หรือ 1 ส.ค.63
ในระหว่างนี้จึงมอบหมายเขตประชุมหารือร่วมกับกลุ่มผู้ค้าถึงแนวทางการวางรูปแบบแผงค้าภายในถนนข้าวสารให้มีความสวยงามและเป็นไปในทางเดียวกัน เนื่องจากการปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ถนนอย่างเดียวในส่วนของแผงค้าก็จะเปลี่ยนรูปแบบด้วยเพื่อให้มีความเหมาะสม สวยงาม และมีอัตลักษณ์ที่เข้ากับถนนด้วย

ซึ่งในเบื้องต้นประชาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสารได้ออกแบบแผงค้าในรูปแบบต่างๆ ของร้านค้า อาทิ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านสักเจาะ ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า โดยมีรูปแบบลักษณะของแต่ละร้านต่างกันออกไป ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบและหาสปอนเซอร์เพื่อจัดหางบประมาณมาจัดทำแผงค้า โดยภายหลังจากปรับปรุงทั้งสองส่วนแล้วเสร็จ นอกจากถนนจะสวยงามมีอัตลักษณ์แล้ว เจ้าหน้าที่เขตก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น หากพบแผงค้าที่มีรูปแบบอื่นหรือแตกต่างออกไป ก็จะทราบทันทีว่าเป็นผู้ค้าภายนอก ไม่ใช่ผู้ค้าที่ลงทะเบียนไว้กับเขต
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ค้าสำนักงานเขตพระนครเคยสำรวจมีจำนวนผู้ค้าประมาณ 250 ราย แต่ทั้งนี้ต้องนำประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายหรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 มาพิจารณาด้วยว่าผู้ค้าตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อาจจะพิจารณาขยายเวลาทำการค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้ทำการค้าเวลา 12.00 -24.00 น. อาจแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ช่วงแรกตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ช่วงที่ 2 ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. เพื่อให้สามารถรองรับผู้ค้ารายเดิมในถนนข้าวสารและผู้ค้ารายใหม่ที่จะมาทำการค้าภายในถนนข้าวสารด้วย

โดยกรุงเทพมหานครมีแนวคิดว่า แม้ว่าจะพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ถนนข้าวสารแล้ว แต่พื้นที่ดังกล่าวยังถือเป็นที่สาธารณะ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายอื่นที่มีความประสงค์จะมาทำการค้าภายในถนนข้าวสารด้วย แต่ต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกำหนด ทั้งนี้ หลังจากนี้ กรุงเทพมหานครจะต่อยอดพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ถนนไกรสีห์ ซึ่งปัจจุบันได้ขอจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว หากดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะพัฒนาปรับปรุงถนนตานี และถนนรามบุตรีเพิ่มเติมให้พื้นที่ใกล้เคียงถนนข้าวสารมีรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อเป็นแลนด์มาร์ค หรือถนนต้นแบบ สำหรับจุดท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อไป


