Thursday, October 29, 2020
More

    รฟม. แจงปรับวิธีการประเมินข้อเสนอการร่วมลงทุนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตกฯ

    รฟม. แจงปรับวิธีการประเมินข้อเสนอการร่วมลงทุนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตกฯ เป็นไปตามอำนาจที่มีใน พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เผยแก้เงื่อนไขหลังปิดขายซองเอกสารคัดเลือกเอกชน เหตุเพราะเป็นงานก่อสร้างใต้ดินทั้งหมด ต้องใช้เทคนิคซับซ้อน แนวเส้นทางผ่านพื้นที่อ่อนไหว และมีอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำจ้าพระยา การพิจารณาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดเท่านั้น แต่ต้องการข้อเสนอที่มีคุณภาพ มีเทคนิคที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพในการบริการในระยะยาว ยันไม่ได้ล็อกสเปคเอื้อเอกชนรายใด แต่รัฐ-ประชาชนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด

    นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการปรับปรุงวิธีการประเมินข้อเสนอการร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) หรือรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก จากเดิมประเมินข้อเสนอโดยพิจารณาซองเทคนิค ซองการลงทุน และผลตอบแทนแยกจากกัน เป็นพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่ไปกับด้านราคา ว่า คณะกรรมการคัดเลือกตามมารตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ และ รฟม. ได้พิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบแล้ว และมีความเห็นว่าการปรับปรุงวิธีการประเมินข้อเสนอครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ และประชาชนที่ใช้บริการ


    งานสร้างซับซ้อนต้องการผู้มีเทคนิคขั้นสูง

    เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ เป็นโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะงานโยธาฝั่งตะวันตกที่เป็นโครงสร้างใต้ดินตลอดทั้งเส้น ต้องใช้เทคนิคการก่อสร้างที่มีความซับซ้อน แนวเส้นทางยังพาดผ่านไปใต้เขตชุมชน และพื้นที่อ่อนไหวหลายแห่ง โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินร์ ต้องลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ไปคู่ขนานกับคลองบางกอกน้อยใต้เส้นทางรถไฟสายใต้ข้างๆ โรงพยาบาลศิริราช ตรงสถานีธนบุรี และไปสุดปลายทางที่บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นสถานีร่วมกับสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เปิดให้บริการแล้ว

    ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุด

    นอกจากเรื่องเทคนิคเฉพาะในการก่อสร้างงานโยธา  รฟม. ยังคำนึงถึงเทคนิคการเดินรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เป็นบริการสาธารณะที่ใช้ขนส่งคนคราวละมากๆ ในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยเราจึงต้องการในขั้นสูงสุด โดยเฉพาะเป็นอุโมงค์ใต้ดิน เวลาที่เกิดเหตุจำเป็นต้องอพยพ หรือระงับเหตุต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะในสถานีใต้ดิน หรือในอุโมงค์ จึงต้องการอุปกรณ์ เครื่องมือ แผนการอพยพที่พร้อมที่จะนำผู้โดยสารออกไปยังจุดปลอดภัย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ผลประโยชน์ในส่วนนี้เป็นผลประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดเท่านั้น แต่ต้องการข้อเสนอที่มีคุณภาพ มีเทคนิคที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพในการบริการในระยะยาว

    ยันทำได้ตามอำนาจใน พ.ร.บ.ร่วมลงทุน

    โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 และมีมติเห็นชอบเอกสารชี้แจงข้อสอบถามของผู้ซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP Clarification) และเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติม (RFP Addendum) ซึ่งมีการปรับปรุงวิธีการประเมินข้อเสนอจากเดิมที่พิจารณาซองเทคนิค ซองการลงทุนและผลตอบแทน แยกจากกัน โดยจะพิจารณาเฉพาะผู้ที่ผ่านการประเมินด้านเทคนิค เป็นพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่ไปกับด้านราคา พร้อมขยายระยะเวลาในการยื่นข้อเสนอของเอกชนออกไป 45 วัน จาก 23 กันยายน 2563 เป็น 9 พฤศจิกายน 2563

    ในการปรับปรุงวิธีการประเมินข้อเสนอนี้ เป็นไปตามมาตรา 35 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ซึ่งการออก RFP Addendum เป็นไปตามที่ระบุในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) เล่มที่ 1 ข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อ 17.1 ซึ่งระบุว่า ก่อนถึงกำหนดวันยื่นซองเอกสารข้อเสนอ รฟม. อาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (ที่ระบุในข้อ 15.) โดยการออกเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติม และเหตุผลการปรับเปลี่ยน อาจมาจากการพิจารณาของ รฟม. เอง หรือเป็นผลสืบเนื่องมาจากการชี้แจงข้อซักถามของผู้ยื่นข้อเสนอก็ได้

    การปรับปรุงในครั้งนี้ ปรับปรุงเฉพาะวิธีการประเมินข้อเสนอเท่านั้น ไม่ได้ปรับปรุงเนื้อหาข้อเสนออื่น และไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่เอกชนรายใด และได้ขยายระยะเวลาในการยื่นข้อเสนอออกไปอีก 45 วัน ทำให้มีเวลารวมเป็น 73 วันในการศึกษาเอกสาร RFP รวมถึงวิธีการประเมินข้อเสนอที่ปรับปรุง และจัดทำข้อเสนอ โดย รฟม. ได้ทำเอกสารแจ้งแก่เอกชนผู้ซื้อเอกสารทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

    ผู้ว่าการ รฟม. ชี้แจงอีกว่า การนำเกณฑ์ในการพิจารณาเทคนิคควบคู่ไปกับการเงินมาใช้นั้น ไม่ใช่ว่า รฟม. ทำเป็นหน่วยงานแรกและโครงการแรก แต่มีทำแล้วในหลายโครงการ เช่น โครงการทางด่วนขั้นที่ 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ  และยังมีระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 83 (2) ประกอบมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่ระบุถึงเกณฑ์การพิจารณาที่ระบุว่าถ้าเป็นการซื้อหรือจ้างที่ซับซ้อน จำเป็นต้องเลือกพัสดุที่มีคุณภาพดี สามารถเอาเกณฑ์เทคนิคมาประกอบการตัดสินได้

    รฟม.แจ้งสงวนสิทธิ์ในการปรับแก้ไว้แล้ว

    สำหรับสาเหตุที่เปลี่ยนแปลงวิธีประเมินหลังปิดขายซองเอกสารการคัดเลือกเอกชนไปแล้วนั้น ผู้ว่าการ รฟม. เผยว่า เพราะมีระยะเวลากระชั้นชิดจึงต้องเร่งประกาศขายซองออกไปก่อน แต่ก็มีแนวคิดตั้งแต่ขั้นตอนรับฟังความเห็นจากเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะนั้นที่ประชุมคณะกรรมการ มาตรา 36 ยังมีมติไม่เป็นเอกฉันท์และ สั่งให้ รฟม. พิจารณาอีกครั้ง ทำให้มีการปรับปรุงวิธีการประเมินในภายหลัง โดย รฟม. มองว่าสามารถทำได้เพราะไม่ได้เป็นการเปลี่ยนในสาระสำคัญ และได้ระบุไว้ในเอกสารถึงการสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมรายละเอียดได้ไว้แล้วด้วย

    เน้นเชี่ยวชาญเจาะอุโมงค์ขนาดไม่น้อยกว่า 5 เมตรแต่ไม่ต้องลอดใต้เจ้าพระยาก็ได้

    อย่างไรก็ดี รฟม. ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ในการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา แต่กำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ด้านการออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินด้วยหัวเจาะ (Underground Tunnel by Tunnel Boring Machine) ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางภายในไม่น้อยกว่า 5 เมตร ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถเสนอเทคนิคมาให้พิจารณาได้ ซึ่งการก่อสร้างอุโมงค์ใต้แม่น้ำกับใต้พื้นดินของ กทม. เป็นเทคนิคเดียวกัน แต่ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจะมีความอ่อนไหวและมีความซับซ้อนมากกว่า และต้องเจาะลึกลงไปจากใต้ท้องแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 10 เมตร ซึ่งหากเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมา เช่นไปติดใต้ท้องแม่น้ำเจ้าพระยา การขุดเจาะลงไปเพื่อกู้ภัยหรือช่วยเหลือจะทำได้ค่อนข้างยาก ต่างจากอุโมงต์ใต้ถนน แต่โดยปัจจุบันมีผู้รับเหมาอีกหลายรายที่มีความสามารถในการทำอุโมงค์ขนาดใหญ่ทั้งที่ซื้อซองเอกสารประมูล และไม่ซื้อซอง

    สำหรับสัดส่วนเกณฑ์การตัดสิน ที่กำหนดให้เป็นคะแนนเทคนิค 30% และ ด้านราคา 70% แบ่งเป็นข้อเสนอด้านราคา 60% และความสมเหตุสมผลของราคาที่เสนอ 10%  นั้นเป็นกรอบการให้คะแนนในเบื้องต้น คณะกรรมการคัดเลือกจะกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งยืนยันได้ว่าจะไม่มีการใช้ดุลยพินิจเกินขอบเขตในการพิจารณาคัดเลือก

    ไม่ติดใจ BTSC ยื่นคัดค้านยังยินดีเป็นคู่ค้าต่อ

    ส่วนกรณีที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ฟ้องร้องต่อศาลปกครองนั้น ขอให้เป็นไปตามขบวนการทางศาล ซึ่ง รฟม. มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ทุกข้อสงสัย และยืนยันว่ากรณีนี้จะไม่มีผลต่อการพิจารณาข้อเสนอจาก BTSC เพราะเราต้องการข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐมากที่สุด ถ้า BTSC ยื่นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐมากที่สุดก็เป็นผู้ชนะ รฟม. ไม่มีประเด็นติดใจอะไร และ BTSC  ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นคู่ค้าทำงานร่วมกับ รฟม. อยู่หลายโครงการ

    ลุ้นผลคัดเลือกผู้ชนะต้นปี 2564

    ส่วนขั้นตอนการประกวดราคานั้น หลังจากเอกชนยื่นซองข้อเสนอในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 รฟม.จะดำเนินการเปิดซองที่ 1 ซองคุณสมบัติในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณา 2 สัปดาห์ จากนั้นจะเปิดซองที่ 2 ซองเทคนิคและซองที่ 3 ซองการเงินพร้อมกัน โดยจะเชิญผู้ผ่านคุณสมับิติมาร่วมในวันเปิดซองที่  2 และ 3 โดยคาดว่าจะสรุปผลการพิจารณาและประกาศผลผู้ชนะการคัดเลือกได้ต้นปี 2564 หรือเร็วที่สุดคือประมาณเดือนมกราคม 2564