Tuesday, October 19, 2021
More

    สำรวจเผย คนกรุงเทพฯ ต้องการรถไฟฟ้า-รถเมล์ ทุกระบบ ราคาไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือ 33 บาท

    สำรวจเผย คนกรุงเทพฯ ต้องการให้รถไฟฟ้า และรถโดยสารประจำทาง ขสมก. (รถเมล์) ทุกระบบ ราคาไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือ 33 บาท 

    คนกรุงเทพฯ 85% มีที่พักอาศัย ที่มีบริการขนส่งมวลชนให้เลือกใช้พอต่อความต้องการ 


    12 ตุลาคม 2564 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น บ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

    ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้บริการขนส่งมวลชน ในกรุงเทพมหานคร เก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,200 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลวันที่ 8-17 กันยายน 2564

    โดยผศ.ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ เป็นเรื่องการใช้บริการขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร 

    มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ 85% ของกลุ่มตัวอย่าง มีบริเวณที่พักอาศัยที่มีบริการขนส่งมวลชนให้เลือกใช้บริการได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ

    38.2% มีบริเวณที่พักอาศัยที่สามารถเดินเท้ามาถึงจุดให้บริการขนส่งมวลชนได้ในระยะทาง 1,000 เมตร (หรือ 1 กิโลเมตร) 

    อันดับที่สอง 27.1% ระยะทาง 500 เมตร  

    อันดับที่สาม 18.5% ระยะทาง 1,500 เมตร 

    อันดับที่สี่ 16.2% ระยะทาง มากกว่า 1,500 เมตร

    บริการขนส่งมวลชนที่สามารถเลือกได้มากที่สุด จากที่พักอาศัยของคนกรุงเทพฯ  

    – รถโดยสารประจำทาง ขสมก. (รถเมล์) 84% 

    – รถจักรยานยนต์รับจ้าง 72.7% 

    – รถไฟฟ้า 51.7% 

    – รถเมล์เอกชนร่วมบริการ 48.4% 

    – รถสองแถว 44.7% 

    – เรือโดยสาร  33.5%

    บริการขนส่งมวลชนที่คนกรุงเทพฯ เลือกใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน 

    – รถโดยสารประจำทาง ขสมก. (รถเมล์) 68% 

    – รถไฟฟ้า 45.5% 

    – รถจักรยานยนต์รับจ้าง 42.6% 

    – รถเมล์เอกชนร่วมบริการ 30% 

    – เรือโดยสาร 28.2% 

    – รถสองแถว 23%

    ความถี่ในการใช้บริการขนส่งมวลชนของคนกรุงเทพฯ

    – 5-6 ครั้งต่อสัปดาห์ 23% 

    – 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ 22.5% 

    – ใช้ทุกวัน 21.8%

    – นาน ๆ ครั้ง 17.6% 

    – 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ 15.1% 

    ความต้องการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ขสมก. (รถเมล์) ของคนกรุงเทพฯ

    – 34.6% ต้องการเข้าถึงบริการ และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนได้ไม่ติดขัด 

    – 30.6% ต้องการให้ราคาค่าโดยสารขนส่งมวลชนทุกระบบรวมกัน ต้องไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ (กรุงเทพมหานคร) หรือ 33 บาท 

    – 29.7% ต้องการบริการของรถเมล์มีมาตรฐานตรงเวลา ไม่ล่าช้า 

    – 27.7% ต้องการรถเมล์มีบริการที่มีคุณภาพ ในการรับส่งผู้โดยสาร 

    – 26.7% ต้องการอัตราค่าโดยสารเหมาจ่ายรถร้อน 10 บาท (ทั้งวัน)

    ความต้องการใช้บริการรถไฟฟ้าของคนกรุงเทพฯ 

    – 47.1% ต้องการให้ราคาค่าโดยสารขนส่งมวลชนทุกระบบรวมกัน ต้องไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ (กรุงเทพมหานคร) หรือ 33 บาท 

    – 43.1% ต้องการความสะดวกในการเข้าถึงสถานี และเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนได้ไม่ติดขัด 

    – 41.6% ต้องการการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสาย เพื่อลดค่าแรกเข้าเหลือครั้งเดียว (ขึ้นหลายสายก็จ่ายครั้งเดียว) 

    – 39.4% ต้องการการออกแบบพื้นที่ เพื่อรองรับการเข้าถึงรถไฟฟ้าของกลุ่มผู้พิการ 

    – 38.9% ต้องการให้รถไฟฟ้าเป็นบริการขนส่งมวลชนที่รัฐต้องดำเนินการเพื่อประชาชน

    ผลสำรวจที่สะท้อนความต้องการใช้บริการขนส่งมวลชนของคนกรุงเทพฯ

    นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนถึงความทุกข์และความต้องการของผู้บริโภคคนเมืองที่ใช้บริการขนส่งมวลชนแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน 

    โดยเฉพาะบริการขนส่งพื้นฐาน เช่น รถเมล์ประจำทางที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด แต่ก็ยังต้องการความสะดวก จุดเชื่อมต่อระบบไม่ติดขัด และบริการที่มีคุณภาพตรงต่อเวลา

    ขณะที่การเข้าถึงจุดเชื่อมต่อหรือป้ายรถประจำทางจากที่พักอาศัยของคนส่วนใหญ่ต้องเดินเท้าในระยะทาง 1,000 เมตร ส่งผลให้ผู้บริโภคอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการเดินทางหลายต่อ และไม่สะดวกต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน

    ดังนั้นรัฐจึงควรรณรงค์และกำหนดนโยบายให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงจุดเชื่อมต่อหรือป้ายรถเมล์จากที่พักไม่ให้เกิน 500 เมตร ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรผู้บริโภคจะผลักดันอย่างต่อเนื่อง

    คนกรุงเทพฯ ต้องการราคาค่าโดยสารทุกระบบรวมกัน ไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือ 33 บาท

    ขณะที่ราคาค่าโดยสาร ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไขปรับราคาลดลงให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม 

    ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าและรถเมล์ต่างก็ต้องการให้ราคาค่าโดยสารทุกระบบรวมกัน ไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือ 33 บาท แต่ขณะนี้กลับพบ ปัญหาเรื่องแผนปฏิรูปรถเมล์ที่จะทำให้ราคาค่าโดยสารถูกลงก็ยังไปไม่ถึงไหน ภาระค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นจึงกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภค

    ส่วนค่าโดยสารรถไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้น จากการที่บีทีเอสประกาศยกเลิกตั๋วรายเดือน ทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงวิกฤตโควิด-19 บีทีเอสให้เหตุผลในการยกเลิก คือ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 

    เพราะตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 ก็มีผู้ใช้บริการจำนวนมากขึ้นเทียบเท่าเวลาปกติ และผลการสำรวจรถไฟฟ้าเป็นบริการขนส่งมวลชนที่คนในกรุงเทพใช้ในชีวิตประจำวันเป็นอันดับที่ 2

    “การยกเลิกตั๋วรายเดือนของบีทีเอสจึงเข้าข่ายเป็นการสร้างวิกฤตใหม่ซ้ำเติมค่าครองชีพ และผลักภาระให้กับประชาชนจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเข้ามากำกับการประกอบธุรกิจขนส่งสาธารณะที่ควรต้องเป็นบริการพื้นฐานด้านขนส่งมวลชนที่รัฐต้องจัดให้กับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม” นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ กล่าว