Thursday, October 1, 2020
More

    เรื่องวุ่นๆ ของการเมือง ที่คนไทยเป็นห่วงที่สุด

    กว่า 1 เดือนเต็มหลังจากที่รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 เข้ามาบริหารประเทศ แต่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนแรง โดยที่มีหลายประเด็นที่อยู่ในความสนใจและเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม จากสถานการณ์การทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน การแถลงนโยบายต่อสภาพที่ไม่มีการระบุถึงที่มารายได้ นอกจากนั้น ในการประชุมสภายังได้เห็นการปะทะคารมอย่างดุเดือด

    จากการเปิดเผยมุมมองความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์การบ้านเมือง ที่สำรวจโดย สวนดุสิตโพล เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ณ วันนี้ ที่ประชาชนเป็นห่วงมากที่สุด อันดับ 1 เป็นระเบิดใน กทม.​ ซึ่งมองว่าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งวิตกกังวลว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์อีกรองลงมาอันดับ 2 คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้ง ซึ่งยังมีช่องโหว่หลายจุด เกรงว่าจะยืดเยื้อ โดยต้องการให้กฎหมายเป็นกลาง มีความเป็นประชาธิปไตย ส่วนอันดับ 3 การวิวาทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ความขัดแย้งฝังรากลึก เป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ มุมมองแนวคิดและการทำงานที่แตกต่างการกัน


    ขณะที่ การถวายสัตย์ฯ ของนายกรัฐมนตรี อยู่ในอันดับ 4 เป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตี ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของนายกฯ​ โดยตรง และอันดับ 5 การแยกตัวของพรรคเล็กบางพรรคจากรัฐบาล ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพและคะแนนเสียงของรัฐบาล อีกทั้งรัฐบาลยังมีปัญหาเยอะ โดยเฉพาะเรื่องการต่อรองตำแหน่งของพรรคเล็ก


    นอกจากนั้นยังได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในวิกฤตการทางเมืองของรัฐบาล โดยส่วนใหญ่ 74.76% เป็นไปในทิศทางที่ไม่เชื่อมั่น จากการที่รัฐบาลโดนเพ่งเล็งหลายเรื่อง ถูกคัดค้านต่อต้าน ไม่เป็นที่ยอมรับ การเมืองมีแต่แก่งแย่ง ต่อรองตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ ขณะเดียวกันสถานการณ์การเมืองมีความไม่แน่นอน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งตั้งแต่ก่อนที่จะจัดตั้งรัฐบาลก็มีปัญหามาโดยตลอด ขณะที่ส่วนน้อยที่มีความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นเพราะเคยเป็นรัฐบาลมาก่อน มีประสบการณ์ทางการเมือง น่าจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ อีกทั้งเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่านายกฯ จะควบคุมสถานการณ์ได้

    ในส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการฝ่าวิกฤตการเมืองให้ผ่านพ้นไปได้ อันดันแรก ต้องหยุดทะเลาะเบาะแว้ง ถอยคนละก้าว และรับฟังความเห็นต่างให้มากขึ้น รองลงมาอันดับ 2 คือการที่ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องเห็นแก่ส่วนรวม ร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และอันดับ 3 ช่วยกันปฎิรูปการเมือง ให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

    โดยผู้ที่จะสามารถช่วยฝ่ายวิกฤติทางการเมืองให้ผ่านไปได้นั้น คือประชาชน มาเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีสิทธิมีเสียงตามระบอบประชาธิปไตย โดยควรรับฟังเสียงของประชาชน ที่น่าสนใจคือ อันดับ 2 เป็นฝ่ายค้าน ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบริการงานของรัฐบาล คอยคานอำนาจไม่ให้รัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป อีกทั้งมีนักการเมืองรุ่นใหม่ๆ หลายคน ตามมาด้วยอันดับ 3 คือฝ่ายรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำ เนื่องจากมั่นใจตัวนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นในศักยภาพ มีความเป็นผู้นำ เด็ดขาด และรัฐบาลมีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองอย่างเต็มที่ และอันดับ 4 คือทุกคนทุกฝ่าย หากนึกถึงส่วนรวม มีความสามัคคีปรองดอง ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เชื่อว่าจะฝ่าวิกฤตต่างๆ ไปด้วยดี