Saturday, September 19, 2020
More

    ขนส่งฯ เผยคนไทยแสดงใบขับขี่ดิจิทัล โดยไม่ต้องพกใบขับขี่ตัวจริงได้แล้ว เริ่ม 20 ก.ย. นี้

    นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ใบอนุญาตขับรถด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ใบอนุญาตขับรถเสมือนจริง หรือใบขับขี่ดิจิทัล) จะมีผลใช้บังคับตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิทัลผ่านทางสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องพกใบขับขี่ตัวจริงได้แล้ว

    สำหรับผู้ที่จะเข้าถึงใบขับขี่ดิจิทัลต้องเป็นผู้ที่ถือใบขับขี่แบบบัตรพลาสติก (Smart card) รูปแบบใหม่ ที่มีระบบตรวจสอบข้อมูลด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) ด้านหลังบัตรเท่านั้น ซึ่งกรมได้ออกใบขับขี่คิวอาร์โค้ด ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 60 ปัจจุบันออกไปแล้วรวม 11,720,744 ใบ


    ผู้ใช้งานสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหลังใบอนุญาตเข้าถึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE ของกรมฯ จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน กรอกข้อมูล รหัสบัตรประชาชน อีเมล และสแกนคิวอาร์โค้ดที่อยู่ด้านหลังใบอนุญาตขับรถรูปแบบที่มีคิวอาร์โค้ด

    จากนั้นกดยืนยันแล้วรอรหัส OTP ที่ส่งเข้าอีเมล และให้นำรหัส OTP ที่ได้มากรอกที่ช่องว่าง และกดปุ่มตกลง ระบบจะให้ผู้ใช้ตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลัก เพื่อเข้าถึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลที่ปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

    สำหรับใบขับขี่รูปแบบเก่าทุกชนิดทุกประเภทยังคงใช้งานได้จนกว่าใบอนุญาตขับรถจะหมดอายุ รวมถึงใบอนุญาตขับรถชนิดตลอดชีพสามารถใช้ได้ตลอดไปโดยไม่ต้องเปลี่ยน แต่จะไม่เข้าถึงระบบใบขับขี่ดิจิทัล แต่หากต้องการเปลี่ยนใหม่หรือกรณีใบอนุญาตขับรถชำรุด สูญหายสามารถเปลี่ยนได้โดยมีค่าธรรมเนียมและค่าคำขอตามที่กฎหมายกำหนด

    ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกับตำรวจเกี่ยวกับระบบใหม่แล้ว ซึ่งประชาชนสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยตำรวจจะบันทึกข้อมูลเข้าระบบเมื่อกระทำความผิด ส่วนผู้ใช้ใบขับขี่แบบเก่ายังใช้ได้ตามปกติ

    สำหรับกฎหมายใหม่นี้ ตำรวจจะไม่สามารถยึดใบขับขี่ได้ ทำได้เพียงออกใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับตามกฎหมาย เนื่องจากมีระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถเปรียบเทียบปรับได้ โดยเจ้าพนักงานจราจรจะตรวจสอบความถูกต้องของใบขับขี่ จากนั้นจะบันทึกข้อมูลของผู้ขับขี่ และการกระทำความผิดลงในใบสั่ง

    จากนั้นจะนำต้นขั้วใบสั่ง กลับไปที่สถานีตำรวจ หรือหน่วยงานจราจร เพื่อลงบันทึกตัดแต้ม เมื่อผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับจะทราบว่าได้ถูกตัดแต้มไปเท่าใด ซึ่งหากแต้มหมดทั้ง 12 แต้ม จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน โดยผู้ถูกตัดแต้มต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการอบรมใหม่ และต้องสอบให้ผ่าน จะได้รับแต้ม 12 คะแนนคืนตามเดิม

    ทั้งนี้ หากภายใน 3 ปี ผู้ขับขี่ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เกินกว่า 2 ครั้ง ในครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 1 ปี และช่วงระหว่าง 1 ปี หากกระทำผิดอีกเป็นครั้งที่ 4 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ในทันที