Thursday, October 1, 2020
More

    กทม. เสนอ 12 มาตรการ แก้ปัญหาจราจร ใน 6 เส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้า พร้อมเร่งเพิ่มช่องจราจร

    พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมเร่งรัดแก้ไขปัญหาการจราจรจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการโยธา ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ผู้บริหารเขตและหัวหน้าฝ่ายโยธาในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ร่วมประชุม

    โดยสำนักการโยธา เสนอมาตรการแก้ไขปัญหาการจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 12 มาตรการ ประกอบด้วย
    1. ปัญหาการวางแนว Barrier ที่คดเคี้ยวไม่ตรงทำให้การขับขี่รถยนต์เคลื่อนตัวช้า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาการวางแนว Barrier เสนอควรจัดวางแนว Barrier ให้ตรงตามแนวเส้นทางจราจร ไม่ให้คดเคี้ยว บิดเอียง เพื่อที่รถจะได้ทำความเร็วเพิ่มขึ้น
    2. ปัญหาช่องทางกลับรถ (U-Turn) คับแคบ ทำให้รถยนต์ที่จะเลี้ยว-กลับรถ ติดสะสม และเคลื่อนตัวช้ามาก แนวทางการแก้ไข เสนอควรจะเปิดช่อง U-Turn ให้กว้างเต็มช่องเสา และตอม่อเพื่อจะทำให้รถยนต์กลับรถได้สะดวกมากขึ้นพร้อมกัน
    3. ปัญหากองดิน เศษหิน เศษปูน ในพื้นที่ก่อสร้าง ไม่ได้ขนย้ายออกจากพื้นที่ก่อสร้าง แนวทางการแก้ไขเสนอให้ขนย้าย กองดิน เศษหิน เศษปูน ทราย ออกจากพื้นที่ก่อสร้างในทันที
    4. ปัญหาผิวช่องทางจราจร ชำรุด อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่ และทำให้รถเคลื่อนตัวช้าลง แนวทางการแก้ไข เสนอเร่งแก้ไขผิวจราจรให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ใช้งานชั่วคราว เกิดความคล่องตัว และการขับขี่ปลอดภัย
    5. ปัญหาแนวก่อสร้างที่เสร็จแล้ว หรือยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่ได้วางแผง Barrier ปิดช่องทางจราจร แนวทางการแก้ไข เสนอให้มีการเปิดช่องทางจราจร บางส่วนเป็นการชั่วคราว ในช่วงที่ยังไม่ก่อสร้าง
    6. ปัญหาช่วงขึ้นลงที่คอสะพานข้ามแยกมีลักษณะเป็นคอขวดเกือบทุกจุด แนวทางการแก้ไข เสนอให้เร่งก่อสร้างงานฐานรากเร็วขึ้น เพื่อที่จะแก้ปัญหาคอขวดที่สะพาน
    7. ปัญหารถบรรทุก เครื่องจักร สัมภาระที่ไม่จำเป็นในพื้นที่ก่อสร้าง กีดขวางช่องทางจราจร แนวทางการแก้ไข เสนอจัดระเบียบ รถบรรทุก เครื่องจักร และสัมภาระในพื้นที่
    8. ปัญหาแนวก่อสร้างที่ฐานล่าง ตอม่อ เสาสะพานที่แล้วเสร็จ แต่ยังปิดช่องทางจราจร แนวทางการแก้ไข เสนอปรับผิวจราจรบางส่วนที่พอใช้ให้เป็นช่องจราจรชั่วคราวเพิ่มขึ้น
    9. ปัญหาพื้นที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง หรือพักการก่อสร้างชั่วคราว แต่ปิดช่องทางจราจร แนวทางการแก้ไข เสนอปรับพื้นที่ และเปิดช่องจราจร เป็นครั้งคราวในพื้นที่ยังไม่เร่งก่อสร้าง
    10. ปัญหาการเปิดแนว Barrier แล้วไม่ได้ทำการปิดให้เรียบร้อย ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเข้าใจผิดว่าสามารถเข้าไปใช้งานได้ แนวทางการแก้ไข เสนอบริเวณที่เป็นเขตก่อสร้างให้ทำการปิดกั้นให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย
    11. ปัญหาไม่มีไฟฟ้าชั่วคราว และไฟฉุกเฉินตามแนวก่อสร้าง แนวทางการแก้ไข เสนอติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราว และไฟฉุกเฉินตามแนวการก่อสร้าง เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสังเกตเห็น
    12. ปัญหากองวัสดุตั้งวางเต็มพื้นที่ทางเท้า และไม่มีการปิดกันพื้นที่อาจทำให้ผู้ใช้ทางเท้าใช้พื้นที่ถนนในการสัญจรได้รับอันตราย แนวทางการแก้ไข เสนอปิดกั้นพื้นที่และจัดทำทางสัญจรให้กับประชาชน


    ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีความห่วงใย และให้ความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการจราจร เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า จำนวน 6 สาย ทำให้การจราจรติดขัด และส่งผลกระทบต่อประชาชน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

    อาทิ รฟม. พร้อมดำเนินการปรับการตั้งวางแนว Barrier โดยจะใช้ผิวการจราจรให้น้อยที่สุด และกรณีที่ผู้รับเหมาใช้พื้นที่ก่อสร้างในช่วงเวลากลางคืนแล้วในช่วงเวลาเช้าไม่เคลื่อนย้าย Barrier เพื่อคืนผิวการจราจร จะดำเนินการตรวจสอบ หากพบจะลงโทษผู้รับเหมาอย่างจริงจัง

    ส่วนจุดกลับรถปกติไม่มีเนื่องจากเป็นการตัดกระแสรถ ซึ่งทาง บช.น. รับไปพิจารณาเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้กลับรถได้ ในส่วนของกรุงเทพมหานครได้กำชับสำนักการโยธากวดขันการดำเนินงานของผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำให้ทุกสำนักงานเขตพื้นที่ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า จัดเจ้าหน้าที่เขต และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการร่วมดำเนินการเคลื่อนย้าย Barrier ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนผิวจราจร และลดปัญหาการจราจรติดขัด

    สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 6 สาย ประกอบด้วย
    1. สายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.7 กม.
    2. สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางชื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 26 กม.
    3. สายสีทอง ช่วงกรุงธนบุรี-คลองสาน ระยะทาง 1.88 กม.
    4. สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 33 กม.
    5. สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 37.3 กม.
    6. สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ระยะทาง 21.2 กม.