Monday, September 28, 2020
More

    กทม. เตรียมพัฒนา 2 ย่านสำคัญ สร้างสะพานเขียว-ระเบียงธรรม 3 ศาสนา เป็นแลนด์มาร์กใหม่

    นางจินดารัตน์ ชโยธิน และ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง ทีมโฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยผลการประชุมประสานความร่วมมือในการปรับปรุงและพัฒนาเมืองระหว่างกรุงเทพมหานคร ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) และกลุ่ม WE PARK เรื่อง “แนวทางการพัฒนาสะพานเขียวเชื่อมต่อระหว่างสวนลุมพินี – สวนเบญจกิติ” และ “การพัฒนาย่านกะดีจีน” ที่มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 ย่านสำคัญคือ การพัฒนาสะพานเขียว และการพัฒนาย่านกะดีจีน

    สำหรับการพัฒนาสะพานเขียวเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนลุมพินี – สวนเบญจกิติ อยู่ในพื้นที่เขตปทุมวัน และเขตคลองเตย ระยะทาง 1,300 เมตร โดย กทม. จะดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่อาจขึ้นต่อชีวิตของประชาชน ทั้งนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรูปแบบที่เหมาะสม และสอดคล้องกับงบประมาณ โดยคาดว่าจะใช้งบดำเนินการ 39 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 150 วัน และจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2563


    โดยการพัฒนาสะพานเขียว กทม. ได้รับแรงบันดาลใจจากไฮไลน์ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถนำพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาปรับปรุงจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงได้ เมื่อได้รูปแบบที่เหมาะสม จะเร่งดำเนินการปรับปรุงเพื่อให้ย่านดังกล่าวมีความปลอดภัย ร่มรื่น สะดวกสบาย และสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดเศรษฐกิจชุมชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาในระยะที่ 2 ต่อไป

    สำหรับการพัฒนาย่านกะดีจีน ซึ่งเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาวประมาณ 650 เมตร เป็นการพัฒนาทางเดินเลียบแม่น้ำซึ่งมีอยู่แล้ว ไม่ได้มีโครงสร้างใหม่รุกล้ำไปในแม่น้ำแต่อย่างใด จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนพบว่าประชาชนเห็นชอบกับโครงการดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในปี 2563 โดยใช้งบประมาณดำเนินการ 133 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 360 วัน

    ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะสามารถเชื่อมโยงย่านกะดีจีน สะพานด้วน และคลองโอ่งอ่าง เข้าด้วยกัน โดยหลังการปรับปรุงแล้ว UddC ได้เสนอให้ใช้ชื่อ “ระเบียงธรรม 3 ศาสนา” ในย่านดังกล่าว เนื่องจากชาวชุมชนที่อาศัยในย่านกะดีจีน มีทั้งชาวพุทธ อิสลาม และคริสต์ การใช้ชื่อดังกล่าวจะทำให้เห็นว่าเป็นพื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชาวพื้นที่ และทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครได้เดินหน้าทุกโครงการด้วยความโปร่งใส เหมาะสมและเกิดความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เดินได้ น่าอยู่ น่าชม และน่าอยู่อาศัย และเป็นเมืองที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ทั้งนี้การร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชน จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วม อันจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง