Wednesday, September 30, 2020
More

    PLUG & GO WHEELCHAIR นวัตกรรมที่ให้สูงวัย-ผู้พิการใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น

    ปัจจุบันไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและคาดการณ์ว่าในปี 2564 จะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์ โดยมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของประชากรทั้งประเทศ ประกอบกับก็มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นผู้พิการ และผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินเหินได้ตามปกติ จึงมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้คิดค้นนวัตกรรม Plug & Go Wheelchair ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องใช้วีลแชร์ สามารถเคลื่อนที่ได้ง่าย สะดวกขึ้น และลดความเหนื่อยล้าลง


    ด้วยชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยที่ต้องอาศัยวีลแชร์ในการเดินทาง ต่างก็มีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต ที่ในบางครั้งไม่สามารถเดินทางหรือใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างสะดวก เพื่อช่วยลดอุปสรรคดังกล่าว ทีมพัฒนานวัตกรรมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE: Thammasat School of Engineering) จึงได้คิดค้น Plug & Go Wheelchair (ปลั๊ก แอนด์ โก วีลแชร์) ขึ้น ซึ่งเป็นล้อเสริมมอเตอร์ติดสปีดวีลแชร์ เพียงแค่เชื่อมล้อเสริมเข้ากับคานอะลูมิเนียมใต้ วีลแชร์ และกดปุ่มสตาร์ทที่แผงควบคุมพร้อมออกแรงบิด

    นายเมธาสิทธิ์ เกียรติ์ชัยภา ตัวแทนทีมพัฒนานวัตกรรม Plug & Go Wheelchair กล่าวว่า ทีมวิจัยได้พัฒนา Plug & Go Wheelchair เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตหรือหาประสบการณ์นอกบ้านได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งไม่เหนื่อยล้าแม้เส้นทางจะขรุขระหรือลาดชัน

    โดยทีมได้พัฒนานวัตกรรมที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักคือ 1. คานแนวนอนใต้วีลแชร์ คานอะลูมิเนียมแนวนอน สำหรับติดตั้งใต้วีลแชร์ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับหัวลากล้อมอเตอร์ 2. หัวลากล้อมอเตอร์ ล้อเสริมมอเตอร์ ที่มาพร้อมความสามารถในการขับขี่ด้วยความเร็วที่ 23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ที่ช่วยให้วีลแชร์สามารถวิ่งได้ไกลถึง 18 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (หรือประมาณ 3-4 ชั่วโมง) และคานแนวตั้งสำหรับเชื่อมต่อกับคานแนวนอนใต้วีลแชร์ ที่ผู้ป่วยสามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง และ 3. คอนโทรลเลอร์ควบคุมทิศทาง แผงควบคุมทิศทางใน 3 ระดับคือ เดินหน้า-อยู่กับที่-ถอยหลัง

    นอกจากนี้ยังได้นำหลักการรีดีไซน์ (Redesign) หรือการออกแบบใหม่มาประยุกต์ใช้ โดยเลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียมทดแทนการใช้เหล็กใน 2 ส่วนคือ คานอะลูมิเนียมใต้วีลแชร์ และ อุปกรณ์เชื่อมต่อหัวลากล้อมอเตอร์ เนื่องจากได้คำนึงถึงเรื่องน้ำหนักเป็นสำคัญ เพื่อลดการใช้แรงของผู้ใช้งาน ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการพัฒนานวัตกรรม โดยสามารถนำมาติดตั้งกับวีลแชร์คันเดิมของผู้ใช้งานได้ทันที และยังสามารถถอดประกอบได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องพับวีลแชร์เข้ารถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ ซึ่งทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วใน 5 นาที

    Plug & Go Wheelchair สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวทีประกวดนวัตกรรมผู้สูงอายุและคนพิการ (Thailand Friendly Design Expo 2019) ทั้งยังคว้ารางวัลในระดับนานาชาติ โดยได้เหรียญเงินในสาขาวิศวกรรมการแพทย์ และอุปกรณ์สำหรับคนพิการ รวมถึงรางวัลพิเศษ (Special Award) จากไต้หวัน และเวทีประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (40th International Exhibition of Inventions of Geneva) ทั้งนี้ ได้รับการจดสิทธิบัตรในนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีต้นทุนในการพัฒนาประมาณ 20,000 บาท และมีแผนจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในราคา 28,000 บาท ต่อไปในอนาคต

    นับว่าเป็นการนำศาสตร์วิชาความรู้มาใช้ได้จริง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้สูงอายุและผู้พิการในการดำเนินชีวิตภายนอกบ้านด้วยการพึ่งพาตนเองได้


    สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการออกแบบและพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์ (CED2) โทรศัพท์ 02 564 3001 ถึง 9 ต่อ 3247 หรือติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมของ TSE ได้ที่ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT และ www.engr.tu.ac.th