Sunday, July 14, 2024
More

    ONE FINE DAY (ในกรุงเทพฯ) ที่สะท้อนมุมมองที่แตกต่างของ Sir Paul Smith

    การมาเยือนกรุงเทพฯ ของ Sir Paul Smith (เซอร์ พอล สมิธ) นอกจากเดินทางมาร่วมเปิดแฟล็กชิปสโตร์ที่ Central Embassy ด้วยความที่เป็นดีไซเนอร์ระดับโลกและผู้ก่อตั้ง Paul Smith (พอล สมิธ) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษ ไหนๆ ก็มาเยือนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่น่ามาเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่งของโลกทั้งที ท่านเซอร์ไม่พลาดที่จะยลและเผยโฉมกรุงเทพฯ


    เรียกได้ว่าเป็น วันเดย์ทริป ของ Sir Paul Smith ที่ร้อยเรียงและบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพยนตร์สั้น เพียง 2 นาที ที่จะทำให้เราเห็นกรุงเทพฯ ในมุมที่ต่างออกไป พร้อมกับได้รู้จักรูทีนและตระหนักได้ทันทีว่าทำไมดีไซเนอร์ผู้นี้เป็นผู้ที่คิดนอกกรอบอยู่เสมอ

    เริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยสีสันของดอกไม้ และชีวิตของผู้คน แห่ง ปากคลองตลาด ถือเป็นฉากเปิดเรื่อง โดยที่ Sir Paul Smith นอนอยู่บนลังกระดาษที่วางเรียงรายบนพื้น ณ ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่ง ภาพพ่อค้า แม่ค้า ที่ตื่นแต่เช้าออกมาจัดเรียงดอกไม้ ภาพคนเข็นรถ ภาพดอกไม้นานๆ ชนิด ดอกบัว ดอกดาวเรือง  และภาพวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรือที่แล่นผ่านไป สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยที่เชื่อมโยงกับสายน้ำ อีกทั้ง พระสงฆ์ออกบิณฑบาต รถเมล์ รถตุ๊กตุ๊ก ที่กำลังจอดรับผู้โดยสาร สื่อถึงการเริ่มต้นเช้าวันใหม่และวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยในเมืองหลวงแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

    Sir Paul Smith เล่าถึงรูทีนในทุกๆ เช้า ว่า “ฉันมีความสุขที่จะตื่นเช้า เหมือนนกที่ตื่นเช้ามากๆ ฉันตื่นตี 5 เพื่อมาว่ายน้ำ ซึ่งฉันทำมาหลายปีแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ต้องเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจอันสงบ เพื่อที่คุณจะได้ตั้งสติและมองเห็นสิ่งที่จะทำในวันข้างหน้า และฉันไปทำงานประมาณ 6 โมงเช้า และโดยปกติสิ่งแรกที่ฉันทำคือติดแผ่นไวนิลไว้ บนโต๊ะ และเมื่อถึง 7 โมง ครึ่ง วันของฉันก็เต็มไปด้วยพลัง ชีวิต และความยุ่งวุ่นวาย”

    ตามมาด้วยความไฮด์แอนด์ซีคที่คนไทยหลายคนอาจไม่ค่อยได้นึกถึง ร้านขายแสตมป์และเหรียญ อย่าง “ร้านเซียว เซียะ กี่” ร้านแสตมป์แห่งแรกของย่านเจริญกรุงที่เปิดมาแล้วกว่า 80 ปี การได้นั่งดูแสตมป์เก่าที่มีลวดลายหลากหลาย การเดินชมของเก่า งานอาร์ต ณ  ATT 19  ที่นำตึกเก่าที่มีอายุถึง 120 ปี มาบูรณะใหม่ ล้วนสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทยตามกาลเวลานั้นเอง

    ภาพยนตร์สั้นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงกิจจกรรมโปรดของ Sir Paul Smith กับการเขียนโปสการ์ดเกือบทุกเช้า และความสนุกของการได้เลือกปากกา โปสการ์ดที่เลือก และการสร้างสรรค์ลวดลายโดยสามารถเลือกที่จะวาดภาพอะไรก็ได้ลงไป

    ปิดท้ายทริป ณ ออนล๊อกหยุ่น ร้านอาหารเช้าเก่าแก่สไตล์ฝรั่งปนจีนที่เปิดมากว่า 91 ปี สถานที่ที่ Sir Paul Smith นั่งเขียนโปสการ์ด พร้อมจิบกาแฟ

    Sir Paul Smith กล่าวทิ้งท้ายว่า “ประเด็นคือกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าที่เราอยู่ตอนนี้เป็นการผสมผสานระหว่างโปสเตอร์เก่าๆ ตึกแปลกๆ ที่มีสิ่งสวยงามอย่างดอกไม้ และฉันยังย้ำในสิ่งที่ฉันพูดอยู่เสมอว่า คุณสามารถหาแรงบันดาลใจได้จากทุกสิ่ง”

    วันเดย์ทริป ยลโฉมกรุงเทพฯ ผ่านมุมมองของ Sir Paul ด้วยพลังบวก ที่มักจะคิดนอกกรอบ พร้อมหลอมรวมความหลากหลายของวัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่ จึงเป็นภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับมหานครที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับได้รู้จักรูทีนของดีไซเนอร์ผู้คิดนอกกรอบอยู่เสมอ