Tuesday, September 29, 2020
More

    พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า แหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนของไทย

    กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยมีแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่และทันสมัยเพิ่มขึ้นอีกแห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ลำดับที่ 4 ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อวพช.) ภายในเทคโนธานีย่านคลองห้าถ.รังสิต-นครนายก ต่อจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

    พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า (Rama 9 Museum) เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ที่สำคัญของไทย โดยมีความสมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน นำเสนอสาระผ่านนิทรรศการที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมหลักคิด วิธีการทรงงาน และกระบวนการค้นหาคำตอบตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9


    “อวพช. มีความตั้งใจให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก” ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ อวพช. เล่าถึงแนวคิดในการสร้างพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า “เราระดมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีผลงานวิชาการเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทั้งในระดับสากลและไทยมาร่วมทำงานกว่า 27 ท่าน เพื่อเนรมิตให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์ทั้งเนื้อหา และสาระขององค์ความรู้”

    จุดสำรวจโลกที่ห้ามพลาด
    ภายในอาคารหลังใหญ่ที่ออกแบบเป็นรูปทรงตัวเลข 9 แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนแรก Our Home โลกของเรา นำเสนอเรื่อง-ราวของการก่อกำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะ และโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต กระทั่งเกิดเป็นสายพันธุ์ที่มนุษย์สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในพื้นที่ต่างๆ พาให้เราตื่นตาตื่นใจตั้งแต่นอนแหงนดูภาพยนตร์กำเนิดจักรวาลด้วยจอ Siver Screen แบบ 360 องศาในโดม The Big Bang Theatre ตะลึงกับหุ่นไดโนเสาร์ประจำถิ่นของไทย ภูเวียงโกซอรัส สิริธรเน และสยามโมไท-รันนัส อีสานเอนซิส ขนาดเท่าตัวจริง กระทั่งตามรอยมนุษย์โบราณกับหุ่นจำลองที่นักวิชาการระดับโลกลงความเห็นว่ามีความสมจริงและถูกต้องตามข้อมูลวิทยาศาสตร์

    โซน 2 Our Life ชีวิตของเรา แสดงสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ซึ่งสามารถเดิน-ทางท่องไปใน 7 โซนของโลกในเวลาสั้นๆ เริ่มจากผ่านอุโมงค์ลมความเร็ว 60 กม./ชม. ในดินแดนแอนตาร์กติกาที่ได้ชื่อว่าหนาวเย็นและลมแรงที่สุดในโลก เดินตามล่าหาแสงเหนือ สร้างกระท่อม อิกลู เดินย่ำพื้นดินอันยวบหยุ่นในป่าสนของชีวนิเวศไทก้า ชมภาพยนตร์ 4 มิติ ชีวิตบนผืนทราย สไลด์ตัวลงจากต้นโอ๊กยักษ์เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตรในเขตอบอุ่น ผจญภัยกับสัตว์ป่านานาชนิดในป่าเขตร้อน 5 พื้นที่สำคัญ และเดินป่าวนนิเวศของไทย ที่ยกพันธุ์ไม้มาให้สำรวจ ยังจำลองพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นระบบนิเวศดั้งเดิมของทุ่งหลวงรังสิต รวมถึงชมวิวบนหอที่มองเห็นทัศนนียภาพบึงพระรามเก้าได้แบบพาโนรามา และชมวิวมุมสูงจากสกายวอล์กแก้วบนน้ำตก

    และโซน 3 Our King ในหลวงของเรา นำเสนอแนวคิดของในหลวงรัชกาลที่ 9 โครงการพระราชดำริ หลักคิดปรัชญาที่พระองค์ทรงใช้กระบวน การทางวิทยาศาสตร์มาแก้ปัญหา และทรงพระราชทานเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ชมภาพยนตร์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในบรรยากาศห้องทรงงาน และรถทรงงานในความทรงจำ

    “เราให้ความสำคัญกับการให้แรงบันดาลใจเป็นอันดับแรก อันดับที่สอง คือให้ความรู้ ซึ่งก็มาจากนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ อันดับที่สามเราก็อยากจะติดตามคนที่มาชมพิพิธภัณฑ์พระรามเก้าแล้วกลับออกไป อยากจะทำอะไรที่ดีงามให้เกิดขึ้นกับโลก ชุมชน หรือตัวเองและครอบครัวบ้าง หน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ต้องกระตุ้นพฤติกรรมให้เกิดความอยากทำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นสิ่งที่เราจัดกิจกรรมหรือจัดการประกวด” ผศ.ดร.รวิน กล่าวทิ้งท้าย