Thursday, April 22, 2021
More

    มาเชลโล่ วอง ชวาร์ตซ์ ช่างภาพฝีมือดี กับภาพถ่ายกรุงเทพฯ ที่แปลกราวกับภาพในจินตนาการ

    มาเชลโล่ วอง ชวาร์ตซ์ ช่างภาพฝีมือดี ที่เชื่อว่ากรุงเทพมหานครคือ “ยักษ์” ที่คอยพลัดเปลี่ยนผิวหนังของมันอยู่ตลาดเวลา มันไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ไม่เคยหยุดที่จะเจริญเติบโต หรือเปลี่ยนแปลงแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยเหตุนี้ “ชวาร์ตซ์” ตั้งใจที่จะสร้าง กรุงเทพฯ ให้เป็นห้วงแห่งความฝัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันสิ้นสุด การเปลี่ยนแปลงที่เราไม่สามารถจินตนาการถึงจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดราวกับว่ามันเป็นภาพแห่งความฝันมากกว่าความเป็นจริง ผ่าน นิทรรศการภาพถ่าย Bangkok Dreamscapes ที่ RCB Galleria 3 ชั้น 2 River City Bangkok ไปจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564

    ภาพถ่ายกรุงเทพฯ ราวกับในจิตนาการจากฝีมือของ Marcelo Von Schwartz


    ชวาร์ตซ์ ช่างภาพมากฝีมือผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอาคารหรือสถานที่ สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดคือห้วงของอารมณ์และความฝัน และมีความเชื่อว่าจะสามารถมองความฝันและอารมณ์ความรู้สึกในรูปแบบของความจริงได้ เรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเป็นจริงด้วยเช่นกัน

    ขณะที่ช่างภาพท่านอื่น เลือกที่จะแสดงวิสัยทัศน์ความเป็นตัวของผ่านภาพถ่ายอย่างชัดเจน แต่ “ชวาร์ตซ์” กลับเลือกที่จะสื่ออารมณ์ความรู้สึกผ่านสถานที่ อาคาร อาจเป็นเพราะด้วยพื้นฐานสถาปนิกของเขา จึงชอบผสมผสานความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อสถานที่ต่างๆ ที่ได้ไปเยี่ยมเยือน ฉะนั้นงานของเขาจึงไม่ใช่การนำภาพที่มาจากที่สิ่งที่คนทั่วไปมองเห็น แต่เป็นมิติใหม่ของการสร้างสรรค์อารมณ์ความรู้สึกราวกับว่าภาพเหล่านั้นได้หลุดออกมาจากห้วงของความฝัน เนื่องจากภาพถ่ายสถาปัตยกรรมของ “ชวาร์ตซ์” นั้นเป็นพื้นที่ที่ไม่มีอยู่จริง เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะสะท้องถึงความเชื่อมโยงอันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติของพื้นผิวสามมิติและสองมิติ

    “ โดยผมได้อ้างอิงแนวคิดเหล่านี้จากภาพและมุมมองต่างๆ จากแนวคิดยูโทเปียและดิสโทเปีย ซึ่งต่างจากศิลปินชาวเรเนซองส์ที่พยายามจะสร้างสรรค์งานศิลปะเสมือนจริงจนเราไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างภาพวาดกับความเป็นจริงได้ ”

    บ่อยครั้งที่ “ชวาร์ตซ์” เล่นเกมกับผู้คนที่มาชมผลงานของเขา คล้ายๆ กับที่นักดนตรีหรือสถาปนิก คนอื่นๆ ชอบทำกัน ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘จักรวาล’ งานเขียนของ ฆอร์เฆ ลุยส์ บอร์เฆส และ อิตาโล คาลวิโน


    เขาเป็นคนที่ชื่อชอบค้นคว้าแนวคิดแบบนามธรรม เช่น ความเป็นนิรันดร์ ความฝัน ความไม่มีที่สิ้นสุด และความเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการถ่ายภาพ โดยมีลูกเล่นเป็นพื้นที่และมุมมองที่แปลกใหม่ราวกับเป็นจินตภาพของอนาคตหรือความฝันก็ว่าได้