Tuesday, September 28, 2021
More

    MAGURO Group เปิดสาขาใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่นมากุโระที่ CentralWorld 26 เม.ย. นี้

    มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO Group) เผยแผนธุรกิจ ปี 2564 ตั้งเป้า คว้ายอดขายให้ได้ 550 ล้านบาท พร้อมรีแบรนด์ ผ่านการปรับโลโก้, วางตำแหน่งใหม่ของผู้บริหาร, ขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่น MAGURO และเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่าง สไตล์เกาหลี “SSamthing Together” 

    MAGURO Group คว้ายอดขาย 400 ล้านบาท ในปี 2563

    คุณเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการบริหารร้านอาหารญี่ปุ่น Maguro และกลุ่มธุรกิจในเครือ MAGURO Group ที่เข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทฯ ในปีนี้ เผยว่า


    “จากการที่ MAGURO Group ได้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นมากว่า 6 ปี โดยตั้งแต่ปีแรกที่เปิดร้าน เราได้รับการการันตีจากผลโหวตของผู้ใช้ Wongnai ด้วยรางวัล User Choice ติดกัน 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ 2017 – 2020 (ล่าสุด)”

    “และทางร้าน MAGURO ยังได้รับรางวัลร้านอาหาร ที่มีการบริการประเภท Restaurant Professional จาก Asia Top80 ในปี 2021 ทั้งเป็น 1 ใน 80 ร้านที่ได้รับการคัดเลือกร้าน ซึ่งผ่านหลักเกณฑ์จากทุกร้าน ในภูมิภาคเอเชีย”

    “รวมถึงได้รับการยอมรับ จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จนทำให้บริษัทฯ มียอดขายที่เติบโตขึ้นเป็นที่น่าพอใจ แต่แน่นอนว่าในปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ทางการเมือง”

    “จึงต้องยอมรับว่าบริษัทฯ ก็ได้รับผลกระทบเหล่านั้นเช่นกัน ดังนั้น ทีมงานจึงต้องมีการวางแผนปรับตัวตลอดเวลา เพื่อให้การทำงานรวดเร็ว รัดกุม และมองเห็นเป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น”

    “อย่างไรก็ตาม ปี 2563 เราก็ยังสามารถผลักดันยอดขายได้ถึง 400 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นรายได้รวมจากร้านอาหารญี่ปุ่น MAGURO ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 9 สาขา โดยแบ่งรายได้เป็นสัดส่วนของลูกค้าทานที่ร้าน 92% และผ่านช่องทางเดลิเวอรี 8%”

    MAGURO Group ตั้งเป้าคว้ายอดขายให้ได้ 550 ล้านบาท ในปี 2564

    สำหรับปี 2564 ทาง MAGURO Group ยังมีการวางเป้าหมายการขายอยู่ที่ 550 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจที่วางไว้ เริ่มตั้งแต่

    1.การรีแบรนด์ผ่านการปรับโลโก้

    – เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ MAGURO ให้เป็นมากกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ผ่านหลักการดำเนินธุรกิจของ MAGURO Group นั่นคือ “Way of giving more” หรือ “วัฒนธรรมแห่งการให้มากกว่าที่ขอ” และเกิดเป็นการสร้างการรับรู้ใหม่ของลูกค้า สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหาร

    2.การวางตำแหน่งใหม่ของผู้บริหาร ให้ชัดเจนขึ้น

    – นำทีมโดย คุณเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานบริหาร (CEO) ของ MAGURO Group เพื่อผลักดันธุรกิจต่อไปในอนาคต

    3.การขยายสาขาของร้านอาหารญี่ปุ่น MAGURO

    – โดยเพิ่มขึ้นอีก 2 สาขา บนทำเลใจกลางเมือง ได้แก่ สาขา CentralWorld ซึ่งจะเปิดวันที่ 26 เมษายน 2564 และจะมีการออกเมนูพิเศษ เฉพาะสาขานี้เท่านั้น ส่วนอีกสาขา ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อให้รองรับกับความต้องการ และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแบรนด์ MAGURO ของลูกค้ามากขึ้น

    4.การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ SSamthing Together”

    – “SSamthing Together” แบรนด์น้องใหม่ในกลุ่ม MAGURO Group ซึ่งจะเป็นร้านอาหารเกาหลี จำนวน 3 สาขา ภายใต้คอนเซปต์ ร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ที่เน้นรสชาติ Original Korean taste และผสมผสานความโมเดิร์นเข้าไปเพื่อความร่วมสมัย และสร้างความแตกต่าง

    ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทย โตขึ้น 50.9% ในปี 2563

    คุณเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง : “ผมเชื่อว่า “อาหาร” ยังคงเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตต่อไปได้ แม้จะไม่หวือหวามากนัก แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนเราจะยังคงกลับมาให้ความสำคัญกับหนึ่งปัจจัย 4 อย่างอาหาร แน่นอน”

    “สังเกตได้จากปัจจุบัน ที่หลายธุรกิจเน้นทำ อาหารสุขภาพ ออกมา ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ ซึ่งหมายความว่า ธุรกิจอาหารใด ที่นำเสนอสินค้าออกมาได้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ก็จะสามารถอยู่ในตลาดต่อไปได้”

    “สอดคล้องกับข้อมูลจาก ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ ซึ่งได้เปิดเผยผลสำรวจ “ตลาดอาหารญี่ปุ่น ในประเทศไทย ปี 2563” พบว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 50.9% จากปี 2562 มีการขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ จากเชนใหญ่ ๆ ที่เร่งบุกตลาด และจากผู้เล่นรายใหม่ที่กระโดดเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง”

    “โดยปัจจัยที่ส่งเสริมให้ตลาดอาหารญี่ปุ่น ขยายตัวสวนกระแสเศรษฐกิจ อาจมาจากความชื่นชอบประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการบริโภคอาหารญี่ปุ่นที่มาก และหลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทย มีทางเลือกมากขึ้น ทั้งประเภทอาหาร และช่วงราคา ทำให้ฐานลูกค้าขยายตัวขึ้นตามไปด้วย”