Thursday, December 3, 2020
More

    เที่ยวเวียงจันทน์ พาชมความงามของเมืองหลวง และงานคราฟต์ที่สวยไม่แพ้ใคร

    ทริปสั้นๆ ที่จะพาทุกคนไปเที่ยวชมเมือง “เวียงจันทน์” และดูงานคราฟต์ ที่ชาวไทย – ลาว – ญี่ปุ่น ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นแบบ Cross Cultural Crafts ซึ่งเต็มไปด้วยคุณค่า และน่าประทับใจ  

    ทริปนี้ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้พา BLT ไปเที่ยวที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมกับเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับงานหัตถกรรมเครื่องไม้ ภายใต้โครงการ Cross Cultural Craft 2019 เพื่อต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทยผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างช่างฝีมือไทยและช่างฝีมือในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว และญี่ปุ่น


    ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงกรุงเวียงจันทน์แล้ว ที่แรกที่เราจะไปเยือนก็คือ ศูนย์พัฒนา และทดสอบฝีมือแรงงาน เวดสะพง เพื่อไปชมผลงานแกะสลักไม้ของช่างศิลป์ไทย ช่างศิลป์ลาว และช่างศิลป์ชาวญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศ ที่ต้องการอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ผ่านโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมในวัฒนธรรมร่วม (Cross Cultural Crafts) โดยผลงานของช่างศิลป์จากทั้ง 3 ประเทศ ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปตามศิลปะ และวัฒนธรรม แต่ทุกชิ้นงานต้องบอกว่าสวยงาม มีความประณีต แถมมาในราคาเบาๆ ให้ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านแบบสบายกระเป๋า


    ไปเสพงานศิลป์ ชมผลงานไม้แกะสลักกันต่อ ที่ Vientiane Museum of Contemporary Art ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลจาก ศูนย์พัฒนา และทดสอบฝีมือแรงงาน เวดสะพง มากนัก ที่นี่มีผลงานไม้แกะสลักรวมกว่า 3 หมื่นชิ้น เรียกว่าชมได้แบบจุใจกันเลยทีเดียว ซึ่งหากใครได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เชื่อจะต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน เพราะทุกผลงานมีความใหญ่โต อลังการ แถมยังมีอายุมากกว่า 1 พันปีอีกด้วย



    ชมผลงานศิลป์กันจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ไปหาคาเฟ่ จิบกาแฟหอมๆ กันดีกว่า ซึ่งคนที่นี่เค้าแนะนำมาว่า ถ้ามาเวียงจันทน์แล้วจะพลาด Sinouk Café ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงไม่ได้เด็ดขาด เพราะร้านนี้เค้ามีแบรนด์เมล็ดกาแฟเป็นของตัวเอง แถมกลิ่นหอม รสชาติดี ซึ่งพอได้ชิมแล้ว ก็ดีงามสมคำร่ำลือ ติดใจจนต้องซื้อกลับมาชงเองที่บ้าน ส่วนบรรยากาศภายในร้าน ก็เป็นแบบสบายๆ นั่งได้ชิลล์ๆ จะละเลียดของหวานแบบเพลินๆ ก็ทำได้



    หากได้มาแล้วต้องไม่ลืมไปเช็กอิน และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่ปะตูไซ หรือ Patuxai อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงประชาชน ที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ประเทศลาว เป็นเอกราชจากฝรั่งเศส


    จากนั้นแวะไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคลกันที่พระธาตุหลวง ศูนย์รวมจิตใจ และปูชนียสถานสำคัญของลาว โดยพระธาตุหลวง ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กับการสร้างเมืองเวียงจันทน์ มีลักษณะเป็นพระธาตุทรงดอกบัวตูมสีทอง สูงกว่า 45 เมตร ซึ่งถ้าไปในตอนกลางวันจะได้เห็นความเป็นสีทองที่กระทบกับแสงแดด เหลืองอร่ามสวยงามที่สุด


    ปิดท้ายทริปสั้นๆ นี้ ด้วยการไปเดินชอปปิงที่ตลาดเช้า ที่ไม่ต้องตื่นเช้าก็ไปได้ ตลาดที่มีขายทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม เครื่องเขียน ข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงเสื้อผ้า และเครื่องประดับ และแน่นอนว่าถ้าใครอยากได้งานคราฟต์ หรือสินค้าพื้นเมืองกลับไปสักชิ้น ก็สามารถหาซื้อได้จากที่นี่เช่นกัน



    สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ เมืองไทย เมืองหลวงอย่างกรุงเวียงจันทน์ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะเดินทางมาได้ง่ายๆ จะนั่งเครื่องบิน ขับรถส่วนตัว หรือแม้แต่รถประจำทางก็สะดวกไม่แพ้กัน แถมค่าครองชีพของที่นี่ก็ไม่ต่างจากเมืองไทยมากนัก ที่สำคัญไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องภาษา เพราะมีความใกล้เคียงกันมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็สามารถมาเที่ยวเวียงจันทน์ได้แบบสบายๆ อย่างแน่นอน