Friday, December 4, 2020
More

    รฟม. ลดค่าโดยสาร MRT สายสีม่วงเหลือ 14-20 บาท เดินทางเชื่อม 2 สาย จ่ายสูงสุด 48 บาท ถึง 31 มี.ค. 63

    ตามที่ รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม มีนโยบายการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน

    นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติรับทราบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอมาตรการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ที่ให้ รฟม. ดำเนินมาตรการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) จากอัตราค่าโดยสารปกติ 14 – 42 บาท เป็น 14 – 20 บาท สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารประเภทบุคคลทั่วไป รวมถึงผู้ซื้อเหรียญโดยสาร (Token) ตลอดระยะเวลาเปิดให้บริการ (05.30 น. – 24.00 น.) โดยผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสถานีแรก จะคิดค่าแรกเข้า 14 บาท ผู้โดยสารที่เดินทาง 1 สถานี คิดค่าโดยสารตามระยะทาง 17 บาท และผู้โดยสารที่เดินทางตั้งแต่ 2 สถานีขึ้นไป จะคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย


    สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารประเภทเด็ก อายุไม่เกิน 14 ปี (วันเกิดครบรอบ 14 ปี) และมีความสูงระหว่าง 91 – 120 ซม. และผู้สูงอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 50% ส่วนผู้ถือบัตรโดยสารประเภทนักเรียน/นักศึกษา ที่มีอายุเกินวันเกิดครบอายุ 14 ปี แต่ไม่เกินวันเกิดครบ 23 ปี จะได้รับส่วนลด 10% จากอัตราค่าโดยสารข้างต้น

    กรณีที่ผู้โดยสารเดินทางต่อเนื่อง 2 สาย ระหว่าง MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะเก็บค่าโดยสารในอัตรา สูงสุด 48 บาทต่อเที่ยว โดยจะเริ่มทดลองใช้เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2562 – 31 มีนาคม 2563

    จากนั้น รฟม. จะประเมินความเหมาะสมและผลสัมฤทธิ์ของมาตรการดังกล่าว โดยในเบื้องต้น รฟม. คาดว่าจะมีปริมาณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง เพิ่มขึ้น 17.8% หรือคิดเป็นจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 282,500 คน-เที่ยว/เดือน

    ทั้งนี้ การปรับลดอัตราค่าโดยสารดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสนับสนุนนโยบายการลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนตามนโยบายภาครัฐแล้ว ยังเป็นสนับสนุนการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ การประหยัดเวลาในการเดินทาง การลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ การลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพิ่มพูนความสุขให้ประชาชน