Saturday, June 6, 2020
More

    อนุมัติแล้ว ขยายสถานี-เพิ่มทางวิ่งรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน แก้ปัญหาคอขวด

    คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ในการประชุมครั้งที่ 7/2562 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบรายงานการขอเปลี่ยนรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี กรณีเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) และสถานีนพรัตนราชธานี (PK26) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

    พร้อมกันนี้ได้มีมติเห็นชอบ รายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ส่วนช่องนนทรี-สาทร) : กรณีปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) ของสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อปรับปรุงโครงการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อให้ประชาชนเดินทางด้วยความสะดวก ปลอดภัย


    สำหรับสาระสำคัญที่ สจส. เสนอขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ประกอบด้วย
    1.แก้ไขชื่อรายงาน จากสาธร (ธ) เป็น สาทร (ท)
    2.ขยายพื้นที่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งทิศใต้และทิศเหนือ
    3.ขยายช่องทางเดินรถบนสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) จากทางวิ่งเดี่ยวให้เป็นทางวิ่งคู่
    4.เพิ่มชานชาลาของสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) ให้มีชานชาลาสองฝั่ง คือ ฝั่งไปพระนครและฝั่งไปธนบุรี

    ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าของโครงการ ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดในรายงานอย่างเคร่งครัด พร้อมรับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการ และให้นำความเห็นของคณะกรรมการฯ เสนอ ครม. ตามขั้นตอน ต่อไป

    ในส่วนของการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นเพิ่มเติม เกี่ยวกับการตรวจวัด PM 2.5 และให้ กทม. ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

    ขณะที่นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เปิดเผยว่า หลังจาก EIA ผ่านแล้วจะต้องประชุมร่วมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงคมนาคม บีทีเอส และตำรวจ เพื่อหารือถึงแผนการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) รวมถึงการจัดการด้านจราจร เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มประกวดราคาหาผู้รับจ้างก่อสร้างได้ช่วงต้นปี 2563

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กทม. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ส่วนช่องนนทรี-สาทร) กรณีปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) โดยระบุว่า การปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) จากทางวิ่งเดี่ยว (Single Track) เป็นทางวิ่งคู่ (Double Track) จะมีโครงสร้างสถานีที่ยื่นล้ำเข้าไปในพื้นที่ของสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินทดแทน ทั้งฝั่งไปพระนคร (ทิศใต้) และฝั่งไปธนบุรี (ทิศเหนือ) เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มีขนาดและจำนวนช่องจราจรเท่าเดิม

    โดยจะทำการขยายพื้นที่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จากปัจจุบันที่ทั้งสองฝั่งทิศใต้และทิศเหนือมีความกว้างฝั่งละประมาณ 12.05 เมตร (ฝั่งละ 3 ช่องจราจร) ให้ขยายพื้นที่ออกไปด้านข้าง มีขนาดความกว้าง 1.80 เมตร และยาวประมาณ 225 เมตร เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มีขนาดเท่าเดิม และให้กระทบกับโครงสร้างสะพานเดิมน้อยที่สุด ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้ใช้พื้นที่ได้เรียบร้อยแล้ว

    หลังจากดำเนินการขยายพื้นที่สะพานทดแทนแล้วเสร็จ จะดำเนินการเพิ่มจำนวนทางวิ่ง ซึ่งได้มีการทำทางวิ่งเผื่อไว้แล้วเพื่อรองรับการปรับปรุงทางวิ่งเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าอีกหนึ่งทางวิ่งที่ทำเผื่อไว้นั้นจะทับกับพื้นชานชาลาพอดี ดังนั้นเมื่อต้องเพิ่มจำนวนทางวิ่งจึงจำเป็นต้องรื้อชานชาลาเดิมทั้งหมดออกก่อน แล้วทำการเพิ่มทางวิ่งโดยวางรางขนาด 1.435 เมตร เพิ่มอีก 1 รางให้เป็นทางคู่

    จากนั้นจะก่อสร้างชานชาลาทั้งฝั่งไปสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี (ข้ามแม่น้ำฝั่งไปธนบุรี) และฝั่งไปสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ (ฝั่งไปพระนคร) ขนาดความกว้างฝั่งละ 4.50 เมตร และยาว 90.20 เมตร (ขนาดเท่าชานชาลาเดิม) โดยจะทำการก่อสร้างคานชั้นชานชาลา ก่อสร้างพื้นชั้นชานชาลา ก่อสร้างหลังคาคลุมชานชาลา ก่อสร้างบันไดขึ้น-ลง ชานชาลา และลิฟต์ รวมถึงติดตั้งราวกันตก ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้าส่องสว่าง และรางระบายน้ำทั้งหมด โดยกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 32 เดือน หรือประมาณ 2 ปี 8 เดือน ในกรอบวงเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

    ตามผลการศึกษา ระบุด้วยว่าในระหว่างการดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) จะยกเลิกสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) เป็นการชั่วคราว แต่รถไฟฟ้ายังคงวิ่งให้บริการประชาชนตามปกติ โดยเมื่อถึงสถานีตากสิน (S6) รถจะไม่จอดให้ผู้โดยสารขึ้น – ลง รถจะวิ่งผ่านสถานีตากสิน ไปจอดให้ประชาชนขึ้น – ลงที่สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ (S5) และสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี (S7) แทน

    ส่วนประชาชนที่ใช้บริการขึ้น – ลงที่สถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) ที่ปกติมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 40,000 คน-เที่ยว/วัน จะมีการจัดรถ Shuttle Bus รับ – ส่งประชาชนระหว่างสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) กับสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ (S5) และสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี (S7) ทดแทน เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

    เมื่อดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะช่วยให้การสัญจรไปมาระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครที่เป็นพื้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และจะมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงให้หันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น