Monday, September 28, 2020
More

    กระทรวงแรงงานไฟเขียวปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลุ้นครม.อนุมัติ เล็งมีผล 1 ม.ค. 63

    นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 ครั้งที่ 6/2562 ว่าคณะกรรมการค่าจ้างได้ประชุมพิจารณา และมีมติการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2562 โดยได้ข้อสรุปร่วมกันในการปรับขึ้นซึ่งแบ่งเป็น 10 ระดับ ได้แก่
    ระดับที่ 1 ค่าจ้าง 336 บาท มี 2 จังหวัด คือ ชลบุรี และภูเก็ต
    ระดับที่ 2 ค่าจ้าง 335 บาท มี 1 จังหวัด คือ ระยอง
    ระดับที่ 3 ค่าจ้าง 331 บาท มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร
    ระดับที่ 4 ค่าจ้าง 330 บาท คือ ฉะเชิงเทรา
    ระดับที่ 5 ค่าจ้าง 325 บาท มี 14 จังหวัด คือ กระบี่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ตราด นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา พังงา ลพบุรี สงขลา สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย และอุบลราชธานี
    ระดับที่ 6 ค่าจ้าง 324 บาท มี 1 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี
    ระดับที่ 7 ค่าจ้าง 323 บาท มี 6 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ จันทบุรี นครนายก มุกดาหาร สกลนคร และสมุทรสงคราม
    ระดับที่ 8 ค่าจ้าง 320 บาท มี 21 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ชัยนาท นครพนม นครสวรรค์ น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุงพิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ พะเยา ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สระแก้ว สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี และอุตรดิตถ์
    ระดับที่ 9 ค่าจ้าง 315 บาท มี 22 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครศรีธรรมราช พิจิตร แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สตูล สิงห์บุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อุทัยธานี และอำนาจเจริญ
    ระดับที่ 10 ค่าจ้าง 313 บาท มี 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา

    นอกจากนี้ นายสุทธิ สุโกศล กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับขึ้น 6 บาทใน 9 จังหวัด คือ ชลบุรี ภูเก็ต ปราจีนบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ส่วนจังหวัดที่เหลือ 68 จังหวัดจะปรับขึ้น 5 บาท ส่งผลให้อัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของประเทศไทยแบ่งเป็น 10 ระดับ สูงสุดอยู่ที่ 336 บาท คือชลบุรี และภูเก็ต ทั้งนี้กระทรวงแรงงานจะนำผลสรุปเสนอเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2563


    อย่างไรก็ตามการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ ได้พิจารณาอย่างกว้างขวางและรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ภาวะเงินเฟ้อ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่วนมาตรการลดผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลเรื่องการควบคุมราคาสินค้า เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน จะดูแลเรื่องผลกระทบด้วยการประกันการว่างงาน และการเพิ่มทักษะฝีมือให้แรงงานมีทักษะที่สูงขึ้น