Monday, September 21, 2020
More

    ครม. อนุมัติเพิ่มเบี้ยคนพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท/คน/เดือน เริ่ม 1 ต.ค. 63

    ครม. อนุมัติเพิ่มเบี้ยคนพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท/คน/เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ด้านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก จัดทำบัญชีคนพิการ และปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในการรับบริการด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

    โดย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 มกราคม 2563 ว่าที่ประชุมได้มีมติอนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้พิการจากปัจจุบัน 800 บาท เป็น 1,000 บาท/คน/เดือน ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเสนอ โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป


    เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน เพราะจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนพิการได้ และไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มมากขึ้นจนเกินไป โดยจากการสำรวจสถานะทางการเงินของคนพิการ พบว่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและมีรายได้น้อยมาก เฉลี่ย 4,326 บาท/เดือน การปรับปรุงเบี้ยผู้พิการให้ตอบสนองความต้องการที่จำเป็นจะช่วยให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    โดยมีข้อมูลจากฐานทะเบียนกลาง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ว่ามีจำนวนคนพิการที่ทำบัตรผู้พิการ 2.02 ล้านคน ดังนั้นการปรับเบี้ยผู้พิการเพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 4,852 ล้านบาท/ปี

    สำหรับการจ่ายเบี้ยผู้พิการเพิ่มนั้น จะเริ่มจ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวผู้พิการและผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้งบประมาณผ่านกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ 2564

    นอกจากนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้

    1. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ทุกส่วนราชการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ เช่น ทางลาดขึ้นลงอาคาร ให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ โดยกำหนดให้เป็นเงื่อนไขในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร

    2. ด้านการสร้างอาชีพ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดทำบัญชีคนพิการโดยแยกประเภทตามความพิการ คุณวุฒิเฉพาะด้านของคนพิการ เพื่อเป็นข้อมูลในการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานของรัฐและการทำงานที่บ้าน และกำหนดเป้าหมายการรับคนพิการเข้าทำงานในแต่ละภาคส่วนให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ให้กระทรวงแรงงาน ติดตามและตรวจสอบการจ้างงานคนพิการของนายจ้างหรือผู้ประกอบการต่างๆ ให้ดำเนินการถูกต้องเป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด เพื่อให้คนพิการได้เข้าทำงานจริงและเปิดโอกาสให้ได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ

    3. ด้านสิทธิประโยชน์ ให้กระทรวงแรงงาน (สำนักงานประกันสังคม) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พิจารณาแนวทางปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในการได้รับบริการด้านสุขภาพของคนพิการที่มีงานทำ และเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และคนพิการที่ยังไม่มีงานทำและเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้มีความสอดคล้องเท่าเทียมกัน